วันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2556

หลุดชื่อ iPhone 6, iOS 7 ออกมาแล้วคาดเปิดตัวปีนี้แหงมๆ!


iPhone 6 อัพเดทข่าวล่าสุดกับ ป๋าเอก TechXcite งานนี้ไม่น่าพลาดชัวร์สำหรับ iPhone 6 หรือสมาร์ตโฟนรุ่นต่อไปจาก Apple ที่เป็นข่าวลือมาโดยตลอด ที่ล่าสุดชื่อของ iPhone 6 รวมไปจนถึงระบบปฏิบัติการ iOS 7 เวอร์ชันใหม่ได้โผล่มาใน Developer Logs แล้วจ้า

โดยนักพัฒนาแอปพลิเคชั่นบางส่วนได้ติดต่อเข้าไปยังเว็บไซต์ The Next Web และรายงานว่าพวกเขาพบชื่อของ iPhone6,1 และ iOS 7 โผล่เข้ามาใน app logs ของพวกเขาแล้ว ในขณะที่ iPhone 5 รุ่นปัจจุบันนั้นใช้รหัสว่า iPhone5,1 และ iPhone5,2 ตามลำดับ ซึ่งมีโอกาสสูงทีเดียวที่ iPhone 6 จะมาพร้อมกับ iOS 7 และจะเปิดตัวกันในช่วงกลางปี 2013 นี้ด้วย

ขณะเดียวกันเว็บไซต์ Macrumors ยังรายงานเข้ามาด้วยว่ามีผู้ใช้งานบางรายที่ใช้อุปกรณ์บนระบบปฏิบัติการ iOS 7 (คาดว่าน่าจะเป็นพนักงานของ Apple) เข้ามายังเว็บไซต์ของพวกเขาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมาด้วยเลยยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือของข่าวลือดังกล่าวเข้าไปใหญ่เลยแฮะ

บทความโดย : ป๋าเอก TechXcite
ที่มา : http://www.itplaza.co.th/update_details.php?type_id=2&news_id=23783&page=1

Samsung Galaxy S IV มาเดือนเมษา มีปากกา S Pen ติดมาด้วย

ดูเหมือนว่า Samsung Galaxy S IV นั้นจะมีข่าวออกมาค่อนข้างไวกว่าที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะเป็นเพราะ Samsung อาจะวางจำหน่าย Galaxy S IV ไวกว่าเดิมจึงทำให้มีรายละเอียดของข้อมูลออกมามากกว่าตามลักษณะของเครื่องที่กำลังมีการพัฒนาอยู่ ล่าสุดข่าวนี้มาจากเว็บ ENURI ที่เป็นเว็บเปรียบเทียบราคาสินค้าอิเล็คทรอนิคส์จากเกาหลีเอง
ทาง ENURI ได้รายงานว่าสเปคของ Galaxy S IV นั้นจะมากับหน้าจอ AMOLED ขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด1080p ใช้ Exynos 5440 เเบบ Quad-Core (เหมือน Exynos 5220 บน Nexus 10 เเต่เป็น Quad-Core) กล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ที่น่าสนใจคือ Samsung จะนำปากกา S-Pen ติดมากับเครื่องเหมือนกับ Galaxy Note ด้วย ซึ่งปกติเเล้ว Samsung จะนำปากาติดมากับตระกูลของ Galaxy Noteเท่านั้น เเละจะมีการเปิดตัวช่วงเดือนเมษายนที่เกาหลีใต้
เเน่นอนว่าข่าวนี้ยังเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น เเต่ถ้าดูจากสเปคเเล้วก็ถือว่ามีความสมเหตุสมผลทั้งในเรื่องของสเปคเเละความ เป็นไปได้ของชิ้นส่วนต่างๆ ที่มีกำหนดการออกในช่วงปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นโมดูลกล้อง 12 ล้านเเละตัวประมวลผล Exynos ซีรีย์ 5 เเบบ Quad-Core ครับ

http://www.itplaza.co.th/update_details.php?type_id=2&news_id=23784&page=1

Apple เผยวิธีแก้ปัญหา Do Not Disturb ใน iOS 6 แล้วคือ...


iOS อัพเดทข่าวล่าสุดกับ ป๋าเอก TechXcite หลังจากหน้าแหกไปเต็มๆกับการปล่อยโฆษณา iPhone 5 ที่โชว์ฟีเจอร์ Do Not Disturb เป็นหลักในช่วงเวลาเดียวกับที่ Do Not Disturb เกิดบั๊กและก่อปัญหาให้กับผู้ใช้งานบนระบบปฏิบัติการ iOS 6 กันถ้วนหน้า ล่าสุดทางด้านของ Apple ได้ออกมาแถลงการณ์วิธีการแก้ปัญหา Do Not Disturb แล้วครับ

โดยบั๊ก Do Not Disturb ใน iOS 6 นั้นจะหายไปเองโดยอัตโนมัติหลังจากวันที่ 7 มกราคม 2556 เป็นต้นไป เพราะฉะนั้นก็สบายใจได้เลยครับว่าปัญหานี้จะไม่ได้อยู่นานไปตลอดซึ่งระหว่างนี้ Apple ก็แนะนำว่าถ้าคุณจะใช้ฟีเจอร์ Do Not Disturb ก็ขอให้เปิด-ปิดคุณสมบัติดังกล่าวเอาเองใน Settings น่าจะรุ่งกว่า
ทั้งนี้สำหรับบั๊ก Do Not Disturb ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงปีใหม่เป็นต้นมาที่ทำให้หลายคนไม่ได้รับโทรศัพท์หรือข้อความใดๆทั้งสิ้นในช่วงเวลาดังกล่าวเพราะตัวเครื่องเข้าสู่โหมด Do Not Disturb แบบไม่มีกำหนดนั่นเองจ้า

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite
ที่มา : http://www.itplaza.co.th/update_details.php?type_id=5&news_id=23787&page=1

วันอังคารที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2556

นิตยสารไทมส์ชู Iphone5 เป็น Gadget อันดับ1แห่งปี2012


รายงานข่าวจากต่างประเทศเปิดเผยว่า นิตยสาร TIME ได้จัดอันดับ Gadget(เทคโนโลยี โปรแกรม สิ่งประดิษฐ์ ที่เพิ่มความสะดวกสบายในชีวิต)แห่งปี 2012 โดยอันดับที่ 1 เป็นของ iPhone 5 ที่พัฒนาโดย Tim Cook ซึ่งเป็น CEO คนใหม่ของ Apple แทน Steve Jobs ที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง โดยให้เหตุผลว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มีนวัตกรรมยอดเยี่ยม ใช้งานได้ง่าย และใส่ใจในรายละเอียด
ทั้งนี้ แม้ iPhone 5 เปิดตัวในช่วงแรก โดนกระแส Social Network โจมตีเรื่องความไม่มีสิ่งแปลกใหม่อะไร เพียงแค่เร็วขึ้น แรงขึ้น ยาวขึ้น กระนั้น iPhone 5 กลับได้รับเสียงตอบรับในทางบวก ชื่นชมการใช้งานที่ลื่นไหล มีประสิทธิภาพดี
รายชื่อ 10 อันดับ Gadget แห่งปี 2012 โดยนิตยสาร TIME มีดังนี้
1.Apple iPhone 5
2.Nintendo Wii U
3.Sony Cyber-shot RX100
4.Raspberry Pi Model B
5.Lytro
6.Apple 15-inch MacBook Pro with Retina display
7.Microsoft Surface with Windows RT
8.Samsung Galaxy Note II
9.Nest
10.Simple.TV


อ้างอิง : MThai
ที่มา : http://www.itplaza.co.th/update_details.php?type_id=2&news_id=23743&page=1

ซื้อซัมซุงกาเล็คซี่แท็บวันนี้! ผ่อน 0% 12 เดือน

เป็นเจ้าของซัมซุงกาแล็คซี่แท็บง่ายๆ ได้แล้ววันนี่! ผ่อนเริ่มต้นเพียง 992 บาท/เดือน ผ่อนชำระที่อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือนกับ กรุงศรีฯเฟิร์สช้อย และอิออน ผ่อนชำระที่อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 10 เดือนกับ เคแบงก์สมาร์ทเพย์ วันนี้-31 มกราคม 2556
http://www.samsung.com/th/promotions/galaxytab2/

ที่มา : http://www.itplaza.co.th/update_details.php?type_id=2&news_id=23717&page=1

แนวโน้มสมาร์ทโฟนปี 2013

สวัสดีปีใหม่คุณผู้อ่านทุกท่านนะครับ คอลัมน์ตอนแรกของปี 2013 ผมขอพยากรณ์แนวโน้มของวงการสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในปีนี้ครับ...
1) สมาร์ทโฟนจีนบุกโลก

ผมคิดว่าผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่น่าจับตามากที่สุดของปี 2013 นี้ ไม่ใช่แอปเปิลหรือซัมซุง แต่เป็น “แบรนด์จีน” ที่กำลังหมายมั่นปั้นมือบุกตลาดโลกอย่างจริงจังในปีนี้

สมาร์ท โฟนจีนที่ว่านี้ไม่ใช่เป็นมือถือคุณภาพต่ำโนเนม แต่เป็นมือถือแบรนด์ดังที่มียอดขายถล่มทลายในจีน ตัวอย่างแบรนด์ที่เด่นๆ ได้แก่ Lenovo, ZTE, Huawei, Meizu, Xiaomi เป็นต้น มือถือแบรนด์ใหญ่อย่าง Lenovo มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับสองของจีน (เป็นรองแค่ซัมซุง) ในขณะที่ ZTE ก็มีส่วนแบ่งตลาดโลกเป็นอันดับห้า ส่วน Meizu กับ Xiaomi มีระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่ตัวเองปรับแต่งเอาไว้ หน้าตาสวยงาม และเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก

จุดเด่นของมือถือแบรนด์จีนเหล่า นี้คือสเปกสุดแรงในราคาถูกเกินคุ้ม ถึงแม้จะเป็นรองแบรนด์ดังๆ ของเกาหลี-ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ในแง่ความน่าเชื่อถือ แต่เราจะเห็นกองทัพมือถือจีนค่อยๆ เจาะตลาดมาอย่างช้าๆ ซึ่งในปีนี้เราน่าจะเห็นแบรนด์ดังจากแดนมังกรสัก 2-3 แบรนด์เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการครับ

2) มือถือจอใหญ่ครองเมือง

การ บุกเบิกตลาดของ Galaxy Note จากซัมซุง ทำให้มือถือจอใหญ่ระดับ 5 นิ้วขึ้นไปได้รับความนิยมสูง จนต่างประเทศมีคำเรียกมือถือกลุ่มนี้ว่า “แฟบเล็ต” (ย่อมาจาก phone + tablet)

จุด เด่นของมือถือจอใหญ่ขนาด 5 นิ้วคือจอใหญ่สะใจ อ่านเว็บสะดวก พิมพ์ข้อความง่าย ดูรูปชัด และตัวเครื่องที่ใหญ่ขึ้นทำให้ใส่แบตเตอรี่ก้อนใหญ่ขึ้น แบตอึดใช้งานได้นานกว่าเดิม

ถึงแม้ว่ามือถือใหญ่ขนาดนี้มีข้อเสีย เรื่องการพกพาและการเอื้อมมือไปกดมุมจออยู่บ้าง แต่บวกลบกันแล้วประโยชน์ที่ได้คุ้มค่ากว่ากันมาก (ผมเคยได้มาทดสอบก็สามารถใส่กระเป๋ากางเกงยีนส์ได้ไม่มีปัญหา)

ความ สำเร็จของ Galaxy Note ทำให้สมาร์ทโฟนสายแอนดรอยด์แทบทุกค่ายแห่กันมาทำมือถือจอใหญ่กันหมด นอกจากแบรนด์จีนที่กล่าวไปแล้ว ค่ายใหญ่ที่ประกาศตัวว่า “ทำแน่” มีแอลจี เอชทีซี และคาดว่าโซนี่หรือโมโตโรลาจะตามมาด้วยเช่นกัน

3) ระบบปฏิบัติการใหม่เปิดตัว

ปี 2012 ความเคลื่อนไหวของวงการมือถือฝั่งซอฟต์แวร์ค่อนข้างอยู่ตัว เพราะตลาดส่วนใหญ่ถูกครอบครองโดยแอนดรอยด์และไอโฟน โดยมีวินโดวส์โฟนของไมโครซอฟท์เป็นตัวสอดแทรก นอกจากสามค่ายนี้แล้วเราแทบไม่เห็นความเคลื่อนไหวของระบบปฏิบัติการตัวอื่นๆ เลย

แต่ปี 2013 จะมีระบบปฏิบัติการหน้าใหม่เข้ามาร่วม “ช่วงชิงแผ่นดิน” อย่างน้อยๆ 4 ตัวครับ

ตัวแรกสุดคือ BlackBerry 10 ระบบปฏิบัติการตัวใหม่ของค่าย BlackBerry สร้างขึ้นใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ออกแบบมาสำหรับจอสัมผัสโดยตรง และใส่ไอเดียใหม่ๆ ที่น่าสนใจเข้ามามากมาย มันถือเป็น “ความหวังสุดท้าย” ในการกลับมายิ่งใหญ่อีก ครั้งของ BlackBerry เสียด้วย ระบบปฏิบัติการตัวนี้จะเปิดตัวพร้อมมือถือรุ่นใหม่ช่วงสิ้นเดือนมกราคมนี้ (ถ้ายังไม่รุ่งอีกก็คงต้องเลิกกิจการแล้ว)

ตัวที่สองคือ Sailfish เป็นระบบปฏิบัติการจากบริษัท Jolla ทีมงานเดิมของโนเกียที่แยกตัวออกมา ก่อนหน้านี้โนเกียเคยพัฒนาระบบปฏิบัติการชื่อ MeeGo (ใช้กับมือถือ N9) แต่ยังไม่ทันสมบูรณ์ดี ฝ่ายบริหารก็เปลี่ยนนโยบายไปใช้วินโดวส์โฟนเสียก่อน ทำให้ทีม MeeGo ลาออกมาตั้งบริษัทใหม่ชื่อ Jolla และตั้งใจบุกตลาดประเทศกำลังพัฒนาเป็นหลัก (โดยเฉพาะจีน) แนวทางของ Sailfish จะใกล้เคียงกับ MeeGo มาก ต้องรอดูว่าจะประสบความสำเร็จแค่ไหน

ตัวที่สาม Firefox OS จาก ค่าย Mozilla ผู้สร้างเว็บเบราว์เซอร์ Firefox ระบบปฏิบัติการตัวนี้ใช้แนวคิดใหม่คือ “แอพ” ของระบบนี้คือ “เว็บแอพ” นั่นเอง ส่งผลให้ตัวระบบเล็กและเร็วมากเพราะมีแต่เว็บอย่างเดียว มือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการนี้จึงมีราคาถูกมากๆ (แต่การใช้งานจริงต้องรอดูว่าเวิร์กแค่ไหนนะครับ) กลุ่มเป้าหมายเป็นประเทศกำลังพัฒนาเช่นกัน แต่เน้นที่ประเทศสายละตินอเมริกาเป็นหลัก

ตัวที่สี่ Tizen เป็น การจับมือกันของซัมซุงและอินเทล โดยอินเทลยกทีม MeeGo ที่แยกทางกับโนเกีย มาจับมือกับทีม Bada ของซัมซุงเดิม เป้าหมายของซัมซุงคือต้องการสร้างระบบปฏิบัติการของตัวเองเป็นทางเลือกที่ สาม นอกเหนือไปจากแอนดรอยด์และวินโดวส์โฟน (เพื่อลดการพึ่งพิงกูเกิลและไมโครซอฟท์) จุดเด่นของมือถือแพลตฟอร์มนี้คือใช้ซีพียูจากอินเทลเป็นหลัก ซึ่งเป็นความตั้งใจของอินเทลที่ต้องการบุกตลาดสมาร์ทโฟนอยู่แล้ว

นอกจากนี้เรายังจะเห็น “แอนดรอยด์จีน” จากบริษัทจีนอีกหลายค่ายที่ปรับแต่งแอนดรอยด์ของกูเกิลให้เป็นระบบปฏิบัติ การเฉพาะของตัวเอง ซึ่งในเบื้องต้นน่าจะยังทำตลาดเฉพาะในจีนเป็นหลัก

ใน ภาพรวมแล้ว ระบบปฏิบัติการใหม่ๆ เตรียมเปิดตัวกันอีกมาก แน่นอนว่าตลาดไม่ได้มีพื้นที่เยอะขนาดนั้นสำหรับทุกคน ดังนั้นน่าจะมีระบบปฏิบัติการใหม่อยู่เหลือรอดได้อย่างมากแค่ 1-2 ราย และครองส่วนแบ่งตลาดได้ไม่เยอะนัก


มาร์ค Blognone

ที่มา : http://www.itplaza.co.th/update_details.php?type_id=5&news_id=23742&page=1

สำรวจ7ของไฮเทค ไม่อยากตกเทรนด์ 2013 ต้องมีติดตัว!

ส่งท้ายปีมังกรทอง กับเทรนด์ของไฮเทคต้อนรับปี 2013 กับอุปกรณ์ 7 ชนิด ซึ่งทีมข่าวไอทีออนไลน์ ล้วงไม่ลับมานำเสนอ ให้คนอยากอินเทรนด์ได้เตรียมตัว เตรียมพร้อม...

ผ่านกระแสดราม่าสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตดัง ถึงมหากาพย์ 3จี จนถึงวันย่างเข้าสู่ปีใหม่ แน่นอนว่านอกจากเสื้อผ้า หน้าผม ที่แต่ละคนสรรหามาเสริมแต่งรับฤกษ์ดี สิ่งใหม่ๆ ในชีวิต หลายคนยังมองหาบรรดาของเล่นไฮเทคชิ้นใหม่ รวมถึงคอมพิวเตอร์และมือถือเครื่องใหม่มาต้อนรับปีใหม่อีกด้วย "ทีมข่าวไอทีออนไลน์" ไม่รอช้า อาสาไปล้วงเทรนด์ไอทีจาก "ประสิทธิ์ วรฉัตราวณิช" รองผู้จัดการทั่วไปและผู้อำนวยการฝ่ายไอที/ดิจิตอล บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานคอมมาร์ต ที่จะมาช่วยอัพเดทความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในปี 2013 ให้คนอยากรู้ได้หายข้องใจ กับ 7 ของอินเทรนด์ที่ขอบอกว่า ไม่มีไม่ได้!! ...

1. จากสมาร์ทโฟนสู่ "แฟลบเล็ต"
ขอ ย้ำอีกครั้งให้คุณแน่ใจว่าไม่ได้อ่านหรือสะกดผิด เพราะเรากำลังจะพูดถึง แฟบ-เล็ต (Phablet) อุปกรณ์ลูกผสมระหว่างสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ซึ่งหน้าจอมักจะมีขนาดตั้งแต่ 5-7 นิ้ว เรียกว่ามีหน้าจอขนาดใหญ่กว่าสมาร์ทโฟนแต่เล็กกว่าแท็บเล็ต แฟบเล็ตสามารถตอบสนองการใช้งานได้ทั้งการสื่อสารตามแบบโทรศัพท์ และตอบรับการใช้งานรวมถึงความบันเทิงได้ตามสไตล์แท็บเล็ต ดังนั้น แฟบเล็ต จึงเป็นทางออกที่น่าสนใจของคนที่ต้องพกทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต เพราะนอกจากขนาดเครื่องที่เล็กกะทัดรัดลงทำให้พกพาได้สะดวกขึ้นแล้ว ยังตรงกับพฤติกรรมการใช้งานของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการอุปกรณ์ที่ทำได้ทุกอย่าง ในมือเดียว!




2. "แท็บเล็ต" ยังจำเป็นสำหรับคนทำงาน
นอก จากแท็บเล็ตที่เด็กนักเรียนต้องใช้ แท็บเล็ตก็ยังถือเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์จำเป็นสำหรับคนทำงาน และคนทำงานนอกสถานที่อย่างจริงจัง เพราะคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าโน้ตบุ๊กหรือเน็ตบุ๊กที่ว่าง่ายต่อการพกพาก็ ยังแพ้ความบางเบาของแท็บเล็ต ซึ่งส่วนใหญ่จะมีขนาดหน้าจอราว 7-10 นิ้ว แท็บเล็ตจึงกลายเป็นอีกหนึ่งอวัยวะของคนทำงาน



3. หลาก "แอพฯ ออนไลน์"
เพราะ รูปแบบการสื่อสารในปัจจุบันไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงการโทรเท่านั้น เรายังมีช่องทางอื่นๆ ให้ติดต่อพูดคุยกันได้ง่ายและสะดวกอีกหลายช่องทาง รวมถึงสารพัดแอพพลิเคชั่นเพื่อการสื่อสารที่ช่วยให้เราสื่อสารกันได้แบบ เรียลไทม์ ทั้งวอทส์แอพ ไลน์ เฟซบุ๊ก หรืออินสตาแกรม นอกจากประโยชน์ที่ช่วยให้เราใกล้ชิดเพื่อนฝูงหรือคนในครอบครัวมากขึ้น แอพฯ เหล่านี้ยังช่วยให้เราสามารถติดตามคนดัง ศิลปิน ดารา ได้ใกล้ชิดขึ้นอีกด้วย

4. "สมาร์ททีวี" จะฮิตมากขึ้น
แม้ สมาร์ททีวี จะเปิดตัวหลายยี่ห้อในประเทศไทยแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าการเติบโตหรือยอดขายยังไม่ถึงขนาดโดดเด่นจนเป็นที่น่าจับตา ส่วนหนึ่งอาจมาจากปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานและคอนเทนต์ ซึ่งยังมีผู้ผลิตสู่ตลาดน้อยราย แต่เชื่อว่าหลังจากประเทศไทยเปิดใช้บริการ 3จี เชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2013 จะทำให้ตลาดสมาร์ททีวีคึกคักได้แน่นอน


5. "แบตสำรอง" ส่วนเกินที่จำเป็น!
หลาย คนยังมีความเข้าใจแบบผิดๆ และชอบบ่นว่าทำไมมือถือหรือแท็บเล็ตของตนนั้นถึงได้แบตเตอรี่หมดไวเหลือเกิน แต่คุณอาจลืมไปว่าขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น การเล่นเกมออนไลน์ ดูยูทูบ แชตผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กนั้น ล้วนแต่เป็นวิถีกินแบตเตอรี่ทั้งสิ้น ทำให้เราต้องพกพาแบตฯ สำรองไว้ข้างกาย จนถือเป็นอีกหนึ่งส่วนเกิน แต่มีความจำเป็นต่อชีวิตในปัจจุบันอย่างมาก


6. อย่าเพิ่งแน่ใจว่า "โน้ตบุ๊ก" หมดประโยชน์
แม้ จะมีสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือสมาร์ททีวี เข้ามาเติมเต็มการสื่อสาร การสร้างสรรค์ผลงานและความบันเทิงในชีวิตแล้ว แต่โน้ตบุ๊กก็ยังมีความจำเป็นต่อนักเรียนและกลุ่มคนทำงาน จากความสามารถที่เหมาะแก่การสร้างชิ้นงานมากกว่าใช้เปิดพรีวิวหรือแก้ไข เล็กๆ น้อยๆ บนแท็บเล็ต


7. "Personal Cloud" ทางออกของคนข้อมูลเยอะ
ท่าม กลางการขยายตัวของดีไวซ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่ออุปกรณ์รอบกายขยายจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก แน่นอนว่าข้อมูลจะยิ่งเติบโตตามไปด้วย ดังนั้น เพอร์โซนอล คลาวด์ จึงกลายเป็นทางออกสำหรับคนชอบจัดเก็บและแชร์คอนเทนต์ โดยเฉพาะผู้ท่ี่มีหลายอุปกรณ์และต้องการให้ข้อมูลต่างๆ เชื่อมโยงถึงกันกับแต่ละอุปกรณ์ ซึ่ง เพอร์โซนอล คลาวด์ จะอำนวยความสะดวกได้มากกว่าการมีสตอเรจที่สามารถจัดเก็บข้อมูลแต่ไม่สามารถ เชื่อมต่อได้

โปรดใช้วิจารณญาณในการซื้อและพกพา เพราะแม้จะเป็นมือถือเก่า โน้ตบุ๊กเครื่องหนา หรือแท็บเล็ตรุ่นแรก แต่หากใช้อย่างคุ้มค่าสมราคาที่จ่ายไป ก็น่าจะดีกว่าต้องเสียเงินถอยเครื่องรุ่นใหม่ แต่ใช้งานได้ไม่ถึงครึ่งของประสิทธิภาพ สวัสดีปีใหม่ค่ะ...

อ้างอิง : ไทยรัฐออนไลน์

ที่มา : http://www.itplaza.co.th/update_details.php?type_id=2&news_id=23740&page=1