วันพุธที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2556

Android: Samsung Galaxy S4 รุ่นของไทยโดน Root กระจายก่อนขายจริง!

Android อัพเดทข่าวล่าสุดกับ ป๋าเอก TechXcite น่าจะเป็นข่าวดีของนักโม ROM ชาวไทยละมั้งครับเมื่อมีข่าวออกมาว่า Samsung Galaxy S4 รุ่นที่จะวางจำหน่ายในไทยได้ถูก Root กระจายก่อนวางจำหน่ายจริงแล้วด้วยซ้ำ!!!
โดยเพื่อนผองพี่น้องชาว XDA Developers ได้เริ่มโชว์ผลงานการ root เครื่อง Samsung Galaxy S4 กันออกมาอย่างสนุกสนาน ซึ่งในเบื้องต้นนั้นพวกเขายังสามารถ Root ได้เฉพาะ Samsung Galaxy S4 รุ่นชิปเซ็ต Samsung Exynos 5 Octa หรือก็คือ Samsung Galaxy S4 รุ่นที่จะได้วางจำหน่ายในประเทศไทยนั่นเอง 
ขณะเดียวกันในส่วนของ Samsung Galaxy S4 รุ่นที่ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 600 กำลังอยู่ในระหว่างการประลองฝีมือกับเหล่านัก dev ทั้งหลายอยู่ครับ :)
บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite  ที่มา: http://www.itplaza.co.th/update_details.php?type_id=2&news_id=25856&page=1


Samsung Galaxy S4 ดีกว่า iPhone 5 ยังไง

กระแส Samsung Galaxy S4 กำลังมาแรง ที่ผ่านมาเราได้นำเสนอบทความเปรียบเทียบเจ้า Galaxy S4 กับ HTC ONE มาบ้างแล้ว หรือจะเป็นการประชันเบนช์มาร์กต่างๆ กันอีกมากมาย แต่ทั้งหลายเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นการประชันกันเองภายในระบบ OS เดียวกัน มาครั้งนี้ APPDISQUS แอบหยิบเอาบทความดีๆ จาก AndroidPIT หนึ่งในเว็บไซต์แฟนบอย Android ที่พูดถึง 15 เหตุผลสำคัญที่ทำให้ Galaxy S4 เหนือกว่า iPhone 5 มาฝากกันบ้าง แน่นอนว่าระหว่างการอ่านโปรดจำไว้ว่า ณ ตอนนี้ยังไม่มีใครได้ Galaxy S4 ไปนอนกอดนอนใช้แบบจริงๆ เลยสักราย และAndroidPIT นั้นเป็นแฟนบอยของ Android (แหงล่ะ ชื่อมันก็บอกอยู่แล้ว) ดังนั้นขอให้ใช้วิจารณญาณส่วนตัวประกอบการอ่านบทความนี้ด้วยนะจ๊ะ
เอาล่ะ เมื่อพร้อมแล้วเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า
 
คุณกำลังเป็นโรคกังวลกับสิ่งใหม่ๆ อยู่หรือเปล่าครับ หากใช่เราก็แนะนำให้คุณไปซื้อ iPhone 5 มาใช้ซะ ด้วยหน้าตาการเรียงแถวไอคอนแบบโบราณของมัน พร้อมกับการออกแบบที่คุ้นเคยนั้นน่าจะทำให้คุณรู้สึกราวกับนั่งไทม์แม็คชีนย้อนเวลากลับไปในปี 2007 ได้ มันคือนวตกรรมโบราณที่ทันสมัยมาก!
แต่หากคุณสนใจเทคโนโลยีล่าสุดและเจ๋งสุดเท่าที่โลกเคยมีมา เรา (AndroidPIT) อยากจะแนะนำให้คุณซื้อ Samsung Galaxy S4 แทนซะ เหตุผลนั้นมากมายหลากหลายจนยากที่จะเขียนให้ได้ภายในหนึ่งบทความ แต่เดี๋ยวเราจะลองพยายามดู และนี่คือ 15 เหตุผลที่คุณควรจะเลือกซื้อ Galaxy S4 แทนเจ้า iPhone 5
จำไว้นะครับว่าเพื่อนย่อมไม่ยอมให้เพื่อนซื้อเทคโนโลยีที่ตกรุ่นไปแล้ว เพราะฉะนั้นอย่าลืมส่งต่อบทความนี้ให้กับเพื่อนหัวดื้อแฟนเดนตาย Apple ของคุณให้เขาได้สัมผัสถึงสิ่งที่คุณรู้และรักเพื่อฉายแสงสว่างให้เกิดขึ้นเบื้องหน้าของพวกเขาเหล่านั้นด้วยล่ะ

1. หน้าจอที่แหล่มเป็ดกว่า
samsung-galaxy-s4-teaser
iPhone 5 มีขนาดความละเอียดหน้าจอที่ 1136*640p พร้อมจำนวนพิกเซลที่ 326 พิกเซลต่อหนึ่งตารางนิ้วซึ่งก็ไม่ได้ถือว่าโกโรโกโสอะไรสำหรับมือถือที่เปิดตัวไปเมื่อปีก่อน แต่ตั้งแต่การมาถึงของ iPhone 5 ค่ายผู้ผลิตคู่แข่งอย่าง HTC, Sony และ Samsung ต่างก็พากันเกทับด้วยหน้าจอที่สดกว่าและคมกว่า และยิ่งกลับ Galaxy S4 ด้วยแล้วยิ่งมาพร้อมกับหน้าจอความละเอียด 1920*1080p พร้อมจำนวนพิกเซลที่ 441 พิกเซลต่อตารางนิ้ว ซึ่งชัดเจนว่าเหนือชั้นกว่า iPhone 5 แบบสุดๆ

2. S-Health
samsung-galaxy-s4-test-11
Samsung S-Health นั้นต้อถือว่าเป็นคู่แข่งของ FitBit และ FuelBand ในเรื่องของจำนวนฟีเจอร์ที่อัดเข้ามาได้เลยทีเดียว ตัวแอพพลิเคชั่นสามารถแทร็คกิจกรรมที่คุณทำต่อวันได้ รวมไปจนถึงอัตราการเผาผลาญแคลอรี่และอัตราการเต้นของหัวใจในระหว่างการออกกำลังกาย ตัวโทรศัพท์เองยังฉลาดถึงขั้นตรวจวัดอุณหภูิมและความชื้นในอากาศเพื่อช่วยให้คุณเตรียมการล่วงหน้าก่อนออกกำลังกายได้อีกด้วย ซึ่งสำหรับ iPhone นั้นไม่มีสิ่งเหล่านี้ให้เลยสักอย่าง

3. กล้อง 13 ล้านพิกเซล
galaxys4-camera
ไม่ใช่เพียงแค่จำนวนพิกเซลของกล้อง Galaxy S4 ที่มาพร้อมความละเอียด 13 ล้านพิกเซลเท่านั้นที่เอาชนะความละเอียดกล้องหน้า 8 ล้านพิกเซลของ iPhone 5 ไปได้ ในตัวของกล้องเองยังมาพร้อมความสามารถที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์มากมายไปหมดอีกด้วย ตัวอย่างเช่น คุณสามารถถ่ายรูปโดยใช้กล้องหน้าและกล้องหลังพร้อมกันในเวลาเดียวกันได้ หรือแม้แต่ลบเอาคนหรือวัตถุที่ไม่ต้องการออกจากรูปภาพไปแบบอัตโนมัติก็ยังทำได้

4. หน้าจอที่ใหญ่กว่า
galaxy-siv-display
Apple ค่อนข้างภูมิใจในตัวเองพอสมควรที่เดียวในตอนที่เปิดตัว iPhone ตัวล่าสุดที่มาพร้อมหน้าจอที่ใหญ่กว่าเดิม (หน้าจอ 4 นิ้ว) แต่สำหรับใครก็ตามที่ต้องการพื้นที่มากกว่านั้นเพื่อการทำมัลติทาสก์ ดูหนัง หรือเล่นเกมแล้วล่ะก็ คงไม่มีเครื่องไหนจะเอาชนะหน้าจอ 5 นิ้วของ Galaxy S4 ได้แล้วล่ะ (เว้นก็แต่หากจะเอาไปเทียบกับ Note 3 นะ) ความเจ๋งของหน้าจอ Galaxy S4 ทำให้ iPhone ดูเป็นของโบราณไปเลย

5. ระบบประมวลผลที่ไวกว่า
Galaxy S4 มาพร้อมกับซีพียูแบบ Quad-Core ซึ่งเอาชนะ Dual Core ของ iPhone 5 ไปอย่างง่ายดาย ซึ่งความไวก็ไวมากขึ้นจริง Primate Labs เองก็ได้ลองทดสอบเบนช์มาร์กดูแล้วบนทั้งสองเครื่องและได้ข้อสรุปที่บอกว่า Galaxy S4 นั้นไวกว่า iPhone 5 มากถึงสองเท่าเลยทีเดียว

6. หน้าจอแบบปรับแต่งเองได้
Galaxy S4 สามารถปรับเปลี่ยนหน้าจอได้ตามอิสระเหมือนกับมือถือแอนดรอยด์ตัวอื่นๆ เขา นั่นหมายความว่าคุณสามารถเปลี่ยนหน้าจอให้เป็นไปได้ดั่งที่ใจคุณต้องการได้อย่างไม่ยากเย็น เช่นลองดาวน์โหลด Holo Launcher มาติดตั้งสำหรับผู้ที่ต้องการความรู้สึกแบบเพียวแอนดรอยด์และลากวิดเจ็ตจาก Google, Flipboard, Twitter และอื่นๆ มาไว้หน้าจอเพื่อรอดูข้อมูลที่สนใจได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งหากคุณใช้ iPhone คุณจะทำอะไรแบบนี้ไม่ได้เลย

7. Google Now ถล่ม Siri ราบคาบ
Google Now VS Siri
Siri คือใครกันครับ? ผู้ช่วยส่วนตัวจาก Google ยังทำงานได้หลากหลายกว่าพนักงานจาก Apple คนนี้เสียอีก เพราะGoogle Now เอื้อให้คุณสามารถเช็คไฟลท์เครื่องบินตลอดจนเช็คสภาพอาการที่เมืองจุดหมายปลายทางที่คุณกำลังเดินทางไปได้ นอกจากนี้มันยังช่วยหาดีลของร้านอาหารในพื้นที่หรือทางที่ไวที่สุดในการกลับบ้านด้วยรถโดยสารประจำทางได้อีกนะ ทั้งหมดนี้ รวมไปจนถึงการค้นหาแบบกราฟท์นั้น Siri ง่อยรับประทานไปเลย

8. ความจำเยอะกว่า
Galaxy S4 มาพร้อมกับ RAM 2กิ๊กซึ่งเอื้อให้คุณสามารถรันโปรแกรมหลายๆ โปรแกรมได้ในเวลาเดียวกัน ในขณะที่ iPhone 5 นั้นมี RAM เพียงครึ่งหนึ่งของ Galaxy S4 เท่านั้นและมีความสามารถด้านการเปิดโปรแกรมหลายๆ โปรแกรมพร้อมกันได้น้อยกว่าเพราะความจำในตัวเครื่องน้อยกว่านั่นเอง

9. แบตเตอร์รี่แบบถอดได้
samsung-galaxy-s4-test-1
Samsung น่ารักเสมอเมื่อว่ากันถึงเรื่องของแบตเตอร์รี่แบบถอดเปลี่ยนได้บนมือถือสมาร์ทโฟนของตนและเจ้า Galaxy S4 เองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น คุณสามารถถือแบตเตอร์รี่ที่ชาร์ตเอาไว้จนเต็มอีกก้อนไปไหนมาไหนกับคุณได้และพร้อมเปลี่ยนก้อนใหม่นี้ใส่ไปในเครื่องทันทีที่แบตเตอร์รี่ต่ำ นั่นทำให้คุณสามารถใช้งานโทรศัพท์ได้นานขึ้นกว่า iPhone 5 ถึง 2 (หรืออาจจะ 3) เท่าเลยทีเดียว

10. เพิ่มพื้นที่ความจุได้
อีกอย่างหนึ่งที่ Samsung ทำได้ดีมาโดยตลอดคือการใส่เอาพอร์ตฟังก์ชั่นในการเพิ่มเนื้อที่ความจุในตัวเครื่องมาให้กับอุปกรณ์ของตัวเอง สำหรับเจ้า Galaxy S4 นั้นสามารถเพิ่มความจุได้ขึ้นไปสูงสุดถึง 128 กิ๊ก โดยสิ่งที่คุณต้องทำนั้นเพียงแค่ไปซื้อ Micro SD การ์ดจากร้านค้าทั่วไปแล้วเอามาใส่เพิ่มยังพอร์ตที่ว่า ซึ่งถือได้ว่าถูกกว่าการอัพไซส์พื้นที่ความจุของ iPhone ที่คุณอาจต้องเสียเพิ่มมากขึ้นอีกกว่าสามพันบาทเลยทีเดียว

11. ระบบเจ็ตเจอร์และการตรวจจับดวงตา
gesture control
คุณสามารถปัดมือขึ้นลงเหนือจอ Galaxy S4 เพื่อรับโทรศัพท์ เปลี่ยนเพลง หรือแม้แต่เปลี่ยนแท็บบนเบราเซอร์ของคุณได้ รวมไปจนถึงลูกเล่น Smart Pause ที่จะสามารถหยุดการเล่นวิดีโอในทันทีที่คุณละสายตาจากหน้าจอไป แน่นอนว่า Apple หมดสิทธิ์แหยมลูกเล่นเหล่านี้

12. ระบบมัลติทาสกิ้งที่แหล่มกว่า
multitasking-galaxy-siv
ใน iPhone 5 นั้นการทำมัลติทาสกิ้งนั้นหมายถึงสิ่งง่ายๆ แค่การสลับโปรแกรมไปมาและภาวนาให้ความจำยังเหลือพอให้กลับไปเปิดโปรแกรมเก่าที่เพิ่งเปิดไปขึ้นมาได้อีก แต่ Samsung กลับเอื้อให้คุณสามารถทำงานมัลติทาสกิ้งได้แบบในคอมพิวเตอร์จริงๆ ด้วยลูกเล่นการรันโปรแกรมคู่ขนานกันไปแบบพร้อมๆ กันด้วยการแบ่งครึ่งหน้าจอ นั่นทำให้คุณสามารถเขียนอีเมลไปพร้อมๆ กับการเปิดดูเว็บไซต์ หรือแม้แต่ดูวิดีโอยูทูปไปในระหว่างการทำพรีเซนต์เตชั่นก็ได้นะเออ

13. รองรับเทคโนโลยี NFC
samsung-nfc
ว่ากันว่า NFC คือรูปแบบการถ่ายโอนข้อมูลที่เร็วที่สุดเพราะมันจะเชื่อต่ออุปกรณ์ระหว่างกันด้วย WiFi แต่แน่นอนว่าฟีเจอร์แบบนี้ไม่มีให้คุณเห็นบน iPhone เพราะ Apple นั้นดูเหมือนจะพยายามหลบเลี่ยงการใช้งานฟังก์ชั่นนี้ไปเพื่อ…เอ่อ…อะไรก็ไม่รู้ ด้วยเทคโนโลยี NFC เจ้า Galaxy S4 ของคุณจะสามารถเชื่อมต่อกับหูฟังแบบ NFC หรือเครื่องเสียงสเตอริโอและเริ่มเล่นเพลงบนอุปกรณ์ของคุณได้อย่างน่าอัศจรรย์ นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้ NFC กับบริการด้านการเงินอื่นๆ อย่าง ISISและ Google Wallet ได้อีกด้วย

14. ลูกเล่นอย่าง Story Album
galaxy-siv-story-album
หากคุณเคยมีความรู้สึกต้องการวิธีการโชว์รูปของคุณแบบเก๋ๆ อยู่แล้วล่ะก็ Story Album คือสิ่งที่คุณกำลังมองหา เจ้าฟีเจอร์นี้จะจัดการรูปภาพของคุณออกเป็นธีมเช่นสถานที่หรือหัวเรื่องของมัน แต่สำหรับใน iPhone 5 นั้น คุณกลับต้องสร้างอัลบัมขึ้นมาด้วยตัวคุณเอง

15. นอกจากนั้นแล้วมันยังเป็นรีโมตคอนโทรลด้วยนะ
คุณชอบทำรีโมตของคุณหายบ่อยแค่ไหนครับ? ถึงตอนนี้มันคงไม่สำคัญอะไรอีกแล้วล่ะเพราะว่าคุณสามารถใช้มือถือของคุณแทนรีโมตได้ แม้มันจะดูเฉิ่มๆ เชยๆ แต่เราก็ชอบความจริงที่ว่า Galaxy S4 (และ HTC ONE) สามารถเปลี่ยนหน้าที่ของตัวเองเป็นรีโมตคอนโทรลได้อย่างง่ายดายนี้ ในขณะที่ iPhone 5 ทำไม่ได้เลย
 
โดยส่วนตัวแล้ว APPDISQUS เห็นว่าในบางข้อนั้นก็ดูเหมือนเป็นการพยายามเอามาข่มกันให้ดูเหนือกว่าเฉยๆ ในขณะที่การใช้งานจริงอาจไม่ได้เป็นประโยชน์อะไรหรืออาจไม่ได้ดีไปกว่ากันจริงๆ แต่กับในบางส่วน โดยเฉพาะในเรื่องของสเป็ก (และฟีเจอร์ต่างๆ บางฟีเจอร์) ก็ต้องยอมรับว่ามันเหนือกว่ากันจนน่าพูดถึงจริงๆ
เพื่อนๆ ชาว APPDISQUS คิดเห็นอย่างไรกับบทความนี้บ้าง ใครมีอะไรจะช่วยแย้งให้ iPhone 5 ร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้ที่ด้านล่างนี้เลยนะครับ เราอยากได้ยินความคิดเห็นของเพื่อนๆ เน้อ


Baidu ซุ่มทำ Eye คู่แข่ง Google Glass

แม้ Google Glass "แว่นตาอัจฉริยะ" จะยังไม่เปิดเผยถึงกำหนดการที่แน่นอนสำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดังกล่าว แต่จากรายงานข่าวล่าสุดดูเหมือนเสิร์ชเอ็นจิ้นยักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง ไป่ตู้ (Baidu) ก็กำลังซุ่มพัฒนา Baidu Eye แว่นตาอัจฉริยะออกมาแข่งกับกูเกิ้ลด้วยเหมือนกัน ไป๋ตู้อ้างไม่ได้เพิ่งลุกขึ้นมาทำ เพราะเห็น Google Glass แต่ซุ่มทำมาหลายปีแล้ว :O


ข้อมูลจากเว็บไซต์ของจีนอย่าง Sina.com ระบุว่า Baidu เสิร์ชเอ็นจิ้นยักษ์ใหญ่กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติการทำงานคล้ายกับ Google Glass โดยใช้ชื่อว่า Baidu Eye ทั้งนี้โปรเจ็กต์ดังกล่าวถูกเปิดเผยโดยหัวหน้าฝ่ายนักออกแบบผลิตภัณฑ์ของบริษัท ซึ่งอ้างว่า โครงการ Baidu Eye เริ่มพัฒนามาหลายปีแล้ว อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มันยังเป็นต้นแบบ ไป่ตู้อายจะใช้เทคโนโลยีรู้จำเสียง (voice recognition) คล้ายกับ Google Glass แถมยังสามารถรู้จำภาพ (image recognition) สำหรับสิ่งต่างๆ ที่ผู้สวมใส่มองเห็น นอกจากนี้ มันยังใช้เทคโนโลยี bone conduction ในการส่งเสียงผ่านกระโหลกให้ผู้สวมใส่ได้ยินแทนการใช้หูฟังอีกด้วย และที่ขาดไม่ได้ก็คือ จอ LCD ทีแสดงผลอยู่บริเวณแว่นตา ช่างบังเอิญเสียจริงที่ไอเดียการออกแบบ Baidu Eye จะคล้ายกับ Google Glass มากขนาดนี้
นอกจากรายงานข่าวแล้ว ทางเว็บไซต์ Sina.com ยังได้ปล่อยภาพเครื่องต้นแบบที่ยังคงอยู่ในช่วงแรกๆ ของการพัฒนาออกมาให้ได้เห็นกันอีกด้วย โดยในภาพจะเห็นชุดอุปกรณ์ Baidu Eye จะหนีบติดอยู่กับแว่นตาธรรมดาๆ สำหรับคุณสมบัติการทำงานในเบื้องต้นของ Baidu Eye ทางเว็บไซต์ระบุว่า มันสามารถรู้จำใบหน้าคน หนังสือ ตึกอาคารต่างๆ แถมยังท่าทาง (gesture) ของผู้สวมใส่ที่ใช้ในการควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ เช่น การถ่ายรูป หรือแชร์ภาพถ่าย แบตฯ อยู่ได้นาน 12 ชั่วโมงต่อการชาร์จในแต่ละครั้ง ไอเดียหนึ่งที่ Baidu Eye นำเสนอได้น่าสนใจก็คือ มันสามารถช่วยให้ตำรวจหาผู้ต้องสงสัยได้เร็วขึ้น ทั้งนี้ สื่อเว็บไซต์ในจีนยังระบุอีกว่า การรุกครั้งนี้ของ Baidu ถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญของบริษัทเสิร์ชยักษ์ใหญ่ในจีนที่วิ่งไล่ตามบริษัทผู้นำเทคโนโลยีในสหรัฐฯ ปัจจุบัน Baidu ครองส่วนแบ่งตลาดการค้นหาเว็บไซต์ในจีนประมาณ 70% แถมยังให้บริการเผยแพร่สารานุกรม และบริการสำหรับชุมชนต่างๆ มากมาย นอกจากนี้ Baidu ยังเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่อันดับสองในจีนรองจาก Tencent และได้ออกสมาร์ทโฟนของตนเองในตลาดด้วย ชื่อว่า Changhong H5018 ซึ่งมาพร้อมกับคลาวด์สตอเรจ 100GB และทำงานด้วยระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์


ที่มา arip.co.th

วันจันทร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2556

Sony ลดราคา มือถือยกแผง พร้อมกัน 7 รุ่น รายละเอียดด้านใน!

Sony ลดราคา ติดตามข่าวล่าสุดกับ Tech.MThai มากันอีกแล้วครับ กับโปรโมชั่นดีๆ โดนๆ ที่พวกเรานำมาฝากกันครับ โดยล่าสุดเป็นส่วนลดของทาง Sony จาก TG Fone ครับ ที่ลดราคารวดเดียว 7 รุ่นด้วยกัน โดยประกอบไปด้วยรุ่นดังนี้เลยครับ

- Sony Xperia TX ลดราคาเหลือ 14,990 บาท 
- Sony Xperia V ลดราคาเหลือ 14,990 บาท
- Sony Xperia ion ลดราคาเหลือ 13,990 บาท
- Sony Xperia acro S ลดราคาเหลือ 13,990 บาท
- Sony Xperia SL ลดราคาเหลือ 11,990 บาท
- Sony Xperia P ลดราคาเหลือ 9,990 บาท
- Sony Xperia miro ลดราคาเหลือ 5,990 บาท
ใกล้สงกรานต์แล้ว ใครยังไม่มีมือถือคู่ใจไปตะลุยสงกรานต์ Sony Xperia acro S น่าสนใจมากครับ ซึ่งตัวนี้เฮียเองก็แอบเล็งๆ ไว้เหมือนกัน ใครที่สนใจลองไปซื้อกันได้ที่ร้าน TG Fone ใกล้บ้านท่านได้เลยครับ ^^

HTC One ร่วงแข่ง iPhone 5 ใครทนกว่า?

HTC One ร่วงแข่ง iPhone 5 ใครทนกว่า? คำถามนี้อาจจะอยู่ในใจของใครหลายๆคนที่อยากรู้เหลือเกินว่า ภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูไฮโซของ HTC One จะมาพร้อมกับความทนทานหรือไม่ วันนี้เรามีคลิปการทดสอบมาให้ได้ชมกันครับ

คลิปดังกล่าวเกิดขึ้นจากทีมงานของเว็บไซต์ AndroidAuthority ที่จับ HTC One มา droptest แข่งกับ iPhone 5 เ้ป็นการสมมติเหตุการณ์จากพฤติกรรมของผู้ใช้ส่วนใหญ่ เช่น การเก็บมือถือไว้ในกระเป๋ากางเกง, การถือมือถือไว้ในระดับอก, การคุยโทรศัพท์ หรือการทดสอบด้วยการปล่อยจากเหนือศีรษะ ทั้งนี้การ droptest ก็เพื่อพิสูจน์ว่าวัสดุของ HTC One ที่ใช้อลูมิเนียมเป็นองค์ประกอบหลักของตัวเครื่อง ที่ทำออกมาแล้วดูไฮโซแต่มันจะทนทานด้วยหรือไม่ iPhone 5 ก็เช่นเดียวกันที่วัสดุทำจากอลูมิเนียมและกระจก

ทั้งสองใครจะแกร่งกว่ากัน ส่วนผลที่ออกมาแล้วจะช่วยในการตัดสินใจ หากคุณกำลังมองหามือถือเครื่องใหม่ได้หรือไม่ เชิญชมจากคลิปเลยครับ

http://www.itplaza.co.th/update_details.php?type_id=2&news_id=25829&page=1

[รีวิว] Samsung Galaxy S4 สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธง จาก Samsung

สำหรับ Samsung Galaxy S4 นั้นถือเป็นสมาร์ทโฟนระดับเรือธง ตัวล่าสุดของทางฝั่ง Samsung ที่มาพร้อมกับสเปค ที่เรียกได้ว่าแรง แถมยังมีฟีเจอร์ใหม่ๆ มากมายที่ทางซัมซุงตั้งใจที่จะนำเสนอ ซึ่งในวันนี้ทีมงานได้นำรีวิว Samsung Galaxy S4 ที่จะเผยให้เห็นตัวเครื่อง และฟีเจอร์ต่างๆมาให้ได้ชมกัน ลองมาดูกันครับว่า สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธง อย่างSamsung Galaxy S4 นั้น จะมีฟีเจอร์อะไรเด็ดๆบ้าง และจะน่าใช้มากแค่ไหน

ข้อมูลสเปคเบื้องต้นของ Samsung Galaxy S4

- หน้าจอแบบ Full HD Super AMOLED ขนาด 5 นิ้ว (4.99") 16 ล้านสี ใช้ กระจกหน้าจอแบบ Gorilla Glass 3
- หน่วยประมวลผล Quad-Core 1.6 GHz Cortex-A15 และ Quad-Core 1.2 GHz Cortex-A7 (สำหรับในรุ่นที่ใช้ชิป Exynos) หรือ Quad-Core 1.9 GHz Krait (สำหรับในรุ่นที่ใช้ชิป Qualcomm Snapdragon 600)
- หน่วยประมวลผลกราฟฟิค Adreno 320 (สำหรับรุ่นที่ใช้ชิป Qualcomm Snapdragon 600) หรือ PowerVR SGX 544MP3 (สำหรับรุ่นที่ใช้ชิป Exynos)
- แรม 2 GB 
- ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 
- แบตเตอร์รี่ ขนาด 2,600 mAh
- กล้องดิจิตอลด้านหลังความละเอียดสูงถึง 13 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลชแบบ LED ในตัว
- กล้องดิจิตอลด้านหน้า ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
- รองรับการเชื่อมต่อที่ครบครัน ทั้ง Wi-Fi, NFC, LTE, Bluetooth, GPSและ IR
- ตัวเครื่องมีความบางเพียง

อุปกรณ์ที่อยู่ภายในกล่องของ Samsung Galaxy S4

สิ่งที่พิเศษสำหรับ Samsung Galaxy S4 นั้นก็คือ ภายในกล่อง จะมีการแถมหูฟังแบบใหม่ ที่มีการปรับปรุง ให้มีคุณภาพเสียงที่ ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ส่วนอุปกรณ์อื่นๆก็จะมีเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็น สายชาร์จแบบ microUSB รวมถึงอะแดปเตอร์ สำหรับชาร์จไฟ

ดีไซน์ และการออกแบบ ของ Samsung Galaxy S4

ด้านบนของตัวเครื่อง จะประกอบไปด้วยเซ็นเซอร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ambient light และ proximity sensors รวมถึงกล้องหน้าความละเอียดระดับ 2 ล้านพิกเซล สำหรับการใช้งาน Video Call รวมถึงรองรับการใช้งาน Dual-Camera รวมไปถึง ลำโพงสำหรับสนทนา ก็อยู่ในด้านบนนี้ด้วยเช่นเดียวกัน
ด้านล่างของตัวเครื่อง ก็จะประกอบไปด้วย ปุ่ม Menu และ Home รวมถึงปุ่ม Back (เรียงจากซ้ายไปขวา) โดยแต่ละปุ่มก็จะมีคีย์ลัดต่างๆเช่น กด Home 2 ครั้งเพื่อใช้งาน S Voice หรือใช่ปุ่มเมนู เพื่อใช้งาน Google Now เป็นต้น
ส่วนด้านข้างนั้นจะประกอบไปด้วย ปุ่ม สำหรับ เพิ่มลดเสียง ซึ่งคุณยังคงสามารถใช้ปุ่มดังกล่าว ในการกดชัตเตอร์ ขณะใช้ แอพพลิเคชั่น ถ่ายรูปอยู่ได้อีกด้วย และเนื่องจากสามารถใช้ปุ่มเพิ่มลดเสียงแทนได้ จึงทำให้ในรุ่นนี้ จะไม่มีปุ่มลัด สำหรับเรียกใช้งานกล้อง เหมือนสมาร์ทโฟนในบางรุ่นนั่นเอง
ด้านข้างฝั่งขวานั้น ก็จะมีเพียง ปุ่ม Sleep / Wake หรือปุ่มเปิดปิดเครื่องเท่านั้น
ด้านข้างส่วนบน เรียงจากซ้ายไปขวา ก็จะประกอบด้วย ช่องสำหรับเชื่อมต่อชุดหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร ถัดมาก็จะเป็น ไมโครโฟนตัวที่ 2 และ ขวาสุดจะเป็น IR Blaster สำหรับใช้งานเป็นรีโมททีวี
ด้านข้างส่วนล่าง จะประกอบไปด้วยพอร์ตสำหรับชาร์จ และ เชื่อมต่อ PC ที่รองรับทั้ง MHL 2.0, enabling 3D 1080p output และ TV Connection ส่วนช่องเล็กๆนั้นก็จะเป็น ไมโครโฟนหลักที่ใช้สำหรับการสนทนา
เมื่อพลิกเครื่องมาด้านหลัง ส่วนบนนั้นก็จะพบกับ กล้องดิจิตอล ความละเอียดสูงระดับ 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช แบบ LED ในตัว อีกทั้งยังคงสามารถถ่ายวีดีโอความละเอียดสูงระดับ FULL HD ได้อีกด้วย
ด้านหลังส่วนล่าง ตรงมุมๆ ก็จะพบกับ ลำโพงภายนอก (Speaker) แบบ Loudspeaker ที่ให้เสียงที่ดังชัดเจน
และเมื่อถอดฝาหลังออก ก็จะพบกับแบตเตอรรี่ ขนาด 2,600 mAh รวมถึงช่องสำหรับใส่ microSD Card และ ช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด แบบ microSIM โดยแบตเตอร์รี่บน Samsung Galaxy S4 นั้นสามารถถอดเปลี่ยนได้
หน้าจอของ Samsung Galaxy S4 นั้นจะแตกต่างจากสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ซึ่ง Samsung Galaxy S4 นั้นจะใช้เทคโนโลยี ที่เรียกว่า PenTile Matrix ที่มีความหน้าแน่นของพิกเซลอยู่ที่ 441 ppi โดยเทคโนโลยีดังกล่าว จะช่วยให้หน้าจอมีความสว่างมากยิ่งขึ้น และ คมชัดไม่ว่าจะมองจากมุมใดก็ตาม ซึ่งจากภาพนั้น ฝั่งซ้ายจะเป็นหน้าจอของSamsung Galaxy S4 ส่วนฝั่งขวาจะเป็นของ HTC One ที่ถูกขยายด้วยกล้อง Microscope

ระบบปฏิบัติการ บน Samsung Galaxy S4

Samsung Galaxy S4 นั้นจะมาพร้อมกับ ระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 (Jelly Bean) ซึ่งจะมาพร้อมกับ TouchWiz UI แบบใหม่ล่าสุดจากซัมซุง โดยจากภาพนั้นเป็นหน้าจอ LockScreen แบบใหม่ ที่สามารถเพิ่ม Widgets ได้ด้วย

การใช้งาน Samsung Galaxy S4 ในเบื้องต้น

บน Samsung Galaxy S4 นั้นคุณสามารถปรับแต่ง หน้า Lock Screen ของคุณได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ข้อความต้อนรับ นาฬิกา รวมถึง สีสันของตัวหนังสือต่างๆที่ปรากฏอยู่บน Lock Screen



ที่มา : http://www.itplaza.co.th/update_details.php?type_id=5&news_id=25827&page=1

Google Nose รับรู้กลิ่นแบบถึงใจ

Google Nose รับรู้กลิ่นแบบถึงใจ ฟีเจอร์ใหม่บนระบบเสิร์ชเอนจิ้นอันดับ 1 เทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสัมผัสกลิ่นที่ต้องการผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ

นวัตกรรมใหม่ที่ Google เผยในวันนี้เรียกว่า Google Nose เป็นการจำลองกลิ่นที่มีอยู่มากมายจากสิ่งรอบตัวมารวบรวมไว้ที่เดียว มีทั้งภาพประกอบ คำอธิบายวิธีการใช้งานก็ง่ายๆ เพียงเข้าไปที่หน้าเสิร์ชของ Google จะพบกับเมนู Nose เวอร์ชั่นเบต้า ที่คอยเชื่อมโยงกลิ่นและการค้นหาได้อย่างลงตัว เมื่อมีการค้นหาหรือต้องการกลิ่นแบบใด Google Nose จะจัดเรียงโมเลกุลที่เลียนแบบขึ้นมา และส่งกลิ่นต่อไปยังผู้ใช้ด้วยระบบที่เรียกว่า "SMELLCD 1.8+" ความละเอียดสูงที่สามารถส่งกลิ่นได้อย่างแม่นยำ ในปริมาณที่เหมาะสม โดยที่ Google Nose สามารถใช้งานได้ทั้งพีซี, โน้ตบุค, มือถือและแท็บเล็ต รวมถึงสามารถแชร์กลิ่นของเราเองได้ด้วยระบบที่มีเฉพาะ Google เท่านั้น
ทั้งนี้นวัตกรรมดังกล่าวสร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์กับสิ่งที่ขาดหายของผู้ ใช้งานที่ต้องผจญอยู่ในยุคที่มีแต่ความเร่งรีบ ทำให้ไม่มีโอกาสที่จะได้รับรู้กลิ่น ดังนั้น Google Nose เบต้า จะนำทุกกลิ่นมารวมไว้ในที่เดียว แค่ปลายนิ้วของคุณก็สามารถสัมผัสกลิ่นที่พึงประสงต์สำหรับคุณได้แล้ว