วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ถ้า Nokia 3310, Ericsson T28 อัพเกรดเวอร์ชั่นล่าสุดได้คงออกมาแบบนี้!

Mobile อัพเดทข่าวล่าสุดกับ ป๋าเอก TechXcite อีกหนึ่งคอนเซปต์สมาร์ตโฟนผลงานของนักออกแบบขั้นเทพMartin Hajek เจ้าเก่าที่ได้จินตนาการขึ้นมาตามความคิดของเขาว่าถ้าเกิดโทรศัพท์มือถือสุดคลาสสิคอย่างNokia 3310 และ Ericsson T28 ได้รับการอัพเกรดด้วยระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นล่าสุดในปัจจุบันทั้งWindows Phone และ Android ขึ้นมาได้จริงๆจะออกมาเป็นแบบไหนกันแน่ ซึ่งผลลัพธ์ที่คุณ Martinออกแบบมาให้ชมกันนั้นต้องบอกว่าดูแล้วน่าใช้งานไม่เบาทีเดียวทั้ง Nokia 3310 หน้าจอสีมี LiveTile พร้อมกล้องหลัง PureView หรือ Ericsson T28 หน้าจอขาวดำขนาดใหญ่พร้อมฝาพับก็เก๋ไม่หยอกอยู่เหมือนกันนะ :3

บทความโดย : ป๋าเอก TechXcite
ที่มา : phonearena
ขอบคุณ : www.techxcite.com
http://www.itplaza.co.th/update_details.php?type_id=2&news_id=40735&page=1

Google พัฒนาระบบ Copresence โอนไฟล์หากันระหว่าง iOS และ Android ได้!

IT อัพเดทข่าวล่าสุดกับ ป๋าเอก TechXcite แม้ว่าระบบการโอนถ่ายไฟล์อย่าง AirDrop หรือ Android Beam ต่างก็เป็นระบบที่ถือว่าทำออกมาได้ดีแต่คงจะติดอยู่ที่ว่าระบบเหล่านี้จำกัดไว้ให้กับแพลตฟอร์มของตัวเองเท่านั้น (iOS และ Android ตามลำดับ) อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าทาง Google จะมีโปรเจกต์ลับใหม่ในชื่อว่าCopresence ที่ในอนาคตจะเปิดโอกาสให้คุณสามารถโอนถ่ายไฟล์ระหว่าง iOS และ Android ได้อย่างไม่มีปัญหา!
โดยในเวลานี้มีหลายคนไปขุดคุ้ยและแกะโค้ดตามไฟล์ระบบต่างๆและพบชื่อ Copresence อยู่เป็นจำนวนไม่น้อยทีเดียว แถมยังมีภาพประกอบของระบบ Copresence ซึ่งดูแล้วเข้าใจว่าน่าจะเป็นการสื่อสารให้ผู้ใช้งานเข้าใจว่าคุณสามารถโอนถ่ายไฟล์ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย, ข้อความหรือคอนเทนต์อื่นๆระหว่าง iOS, Android และ Chrome(บนคอมพิวเตอร์) ได้ด้วย
ทั้งนี้ดูเหมือนว่าระบบ Copresence ที่ว่านี้จะทำงานโดยให้อุปกรณ์ใช้งาน Location Data หรือ Bluetoothเพื่อสร้างเครือข่ายการเชื่อมต่อแล้วจากนั้นจึงส่งไฟล์หากันได้ผ่านทาง Wi-Fi หรือ Wi-Fi Direct นั่นเอง อย่างไรก็ตามมีหลายฝ่ายเหมือนกันที่เชื่อว่าระบบ Copresence นั้นอาจไม่ใช่แค่ระบบโอนถ่ายไฟล์หากันธรรมดาๆและสามารถรองรับการทำงานได้อย่างต่อเนื่องในทุกอุปกรณ์อย่างลึกซึ้งเหมือนกับระบบ Continuity ของ Appleนั่นเอง (ทำงานเชื่อมต่อกันทั้ง iPhone, iPad, Mac) 
งานนี้คงต้องมาจับตารอดูโปรเจกต์ Copresence ของ Google ละครับว่าสุดท้ายแล้วจะออกมาเป็นเช่นไรกันแน่ :D

บทความโดย : ป๋าเอก TechXcite
ที่มา : phonearena
ขอบคุณ : www.techxcite.com
http://www.itplaza.co.th/update_details.php?type_id=5&news_id=40742&page=1

Review : รีวิว Samsung Gear S ดีไซน์สุดล้ำ รองรับ 3G !!!

Review : รีวิว Samsung Gear S ดีไซน์สุดล้ำ รองรับ 3G !!!

สวัสดีค่าเพื่อนๆชาว TechXcite วันนี้น้อง Pang Poko มี Gadget เจ๋งๆมารีวิวกันอีกแล้วววว เจ้าตัวนี้เป็นนาฬิกาอัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Samsung ที่เพิ่งจะเปิดตัวมาพร้อมกับสมาร์ทโฟนสุดล้ำอย่าง Samsung Galaxy Note4  เจ้านาฬิกาอัจฉริยะที่ว่านี้ก็คือ!!! Samsung Gear S ค่าาาาา
 Samsung Gear S  เป็น Smartwatch ที่ถือได้ว่าแปลกแหวกแนวกว่ารุ่นก่อนๆพอสมควรเลยหล่ะ นอกจากดีไซน์จะเป็นจอโค้งแบบล้ำๆแล้ว เจ้า Samsung Gear S ยังสามารถใส่ซิมได้อีกด้วย!!!!
ดีไซน์
Samsung Gear S มาพร้อมกับหน้าจอที่เป็นจอโค้ง Curved Super AMOLED ขนาด 2 นิ้ว ความละเอียด480x360 พิกเซล บอกเลยว่าจอใหญ่สะใจดีจริงๆเลยยยยย 
 ตัวล็อคสายเป็นสแตนเลสมีโลโก้ Samsung อยู่ ตัวสายสามารถปรับได้ตามความเล็กใหญ่ของข้อมือเลยนะ
ด้านหลังของตัวเครื่องนั้นจะมีช่องใส่ซิมขนาด Nano Sim , มีเซนเซอร์สำหรับวัดอัตราการเต้นของหัวใจ และตัวเชื่อมต่อที่ชาร์จแบตเตอรี่
สามารถถอดตัวเครื่องออกมาได้ เปลี่ยนสายได้ด้วยนะจ้ะ
การใช้งาน
Samsung Gear S มาพร้อมกับ CPU Dual Core 1.0 GHz  ,RAM 512 MB หน่วยความจำภายใน 4 GB  
 
อย่างที่น้องแป้งได้เกริ่นไปตั้งแต่แรกแล้วว่า เจ้า Samsung Gear S ตัวนี้ สามารถใส่ซิมการ์ดได้ นั่นก็หมายความว่าเราก็สามารถใช้งานโทรเข้า-ออก , รับ-ส่งข้อความได้หน่ะสิ ????  
 
ใช่แล้ววววววววว Samsung Gear S สามารถโทรเข้า-ออก หรือรับ-ส่งข้อความได้โดยที่เราไม่ต้องมีโทรศัพท์มือถือติดตัวเลยหล่ะ สามารถพิมพ์ข้อความได้ถึง 69 ภาษาเลยหล่ะ ประหลาดใจ
Samsung Gear S นั้นจะรองรับการใช้งาน 2G ในคลื่นความถี่ 900/1800 หรือ 850/1900 MHz  และ 3G ในคลื่นความถี่ 900/2100 หรือ 850/1900 MHz  ค่าาาาา
สำหรับเมนูใช้งานต่างๆนั้นมีเพียบเลยค่าาาา ไม่ว่าจะเป็นแอพฯพื้นฐานอย่าง S Health , Navigator , ฟังเพลง , นาฬิกาปลุก , สภาพอากาศ , E-mail และที่สำคัญคือ โทรศัพท์และข้อความค่าาาา 
ในส่วนของ S Health นั้นสามารถนับก้าวเดิน-วิ่ง ,​ ปั่นจักรยานได้ สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ , วัดเวลาการนอนว่าเรานั้นพักผ่อนไปแล้วกี่ชั่วโมง และสามารถวัดระดับรังสี UV ของแสงอาทิตย์ได้ด้วยค่าาาาาา
นอกจากนี้ Samsung Gear S ยังรองรับการใช้งาน Navigator ด้วย โดยสามารถนำทางด้วย Here Mapsจากทาง Nokia นั่นเองค่าาาา สามารถใช้ได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์เลยน้า :)
สามารถฟังเพลงได้เหมือนสมาร์ทโฟนเลยนะเออ ส่วนเสียงที่ออกมานั้นไม่ต้องกลัวว่าจะเบาแล้วไม่ได้ยินเลยหล่ะ เพราะเสียงที่ออกมานี่ดังได้ยินทุกเนื้อหาเพลงเลยจริงๆ
มีโหมด Power Saving Mode หรือโหมดประหยัดแบตเตอรี่ด้วยน้า ถ้าแบตใกล้จะหมดก็สามารถเปิดโหมดนี้ได้ โดยเมื่อเข้าโหมด Power Saving แล้ว เจ้า Samsung Gear S จะแสดงแค่หน้าจอตัวนาฬิกาเท่านั้น จะไม่สามารถใช้งานอย่างอื่นได้นะ ขยิบตา
 สรุปแล้ว
Samsung Gear S ก็เป็นอีกหนึ่ง Smartwatch สุดล้ำที่น่าใช้สอยเป็นอย่างยิ่ง เพราะมันเป็นยิ่งกว่านาฬิกาซะอีก ทั้งสามารถใส่ซิมเพื่อโทรเข้า-ออก รับส่งข้อความด้วยตัวมันเอง และรองรับ 3G อีกด้วย เรียกได้ว่าแยกตัวออกมาเป็นเอกเทศโดยไม่ต้องมีสมาร์ทโฟนอยู่ข้างๆตลอดเวลาเลยก็ว่าได้ แต่ถึงแม้เจ้า Samsung Gear S นั้นจะสามารถใช้งานแบบเดี่ยวๆได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช้แทนสมาร์ทโฟนได้ซะทีเดียว แอพฯบางแอพฯเราก็ต้องใช้ควบคู่ไปกับ SmartPhone ด้วย และถ้าจะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนนั้นก็ต้องเป็นในเครือของ Samsung เท่านั้นนะจ้ะ นอกจากนี้สามารถกันน้ำกันฝุ่นได้ในระดับ IP67 คือสามารถโดนละอองน้ำได้ โดนฝนได้ แต่ไม่แนะนำให้เอาไปแช่น้ำหรือว่ายน้ำด้วยน้าาาา สำหรับเพื่อนๆที่สนใจต้องอดใจรอกันอีกสักพักเพราะตอนนี้ในไทยยังไม่มีวางขาย แต่ราคาก็ออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว คือราคา 11,900 บาทค่าาา วางขาย 2 สีคือสีขาวและสีดำ


ขอบคุณ : www.techxcite.com

http://www.itplaza.co.th/update_details.php?type_id=5&news_id=40741&page=1