วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2557

Samsung Galaxy Note Edge เริ่มวางขายที่ประเทศเกาหลีแล้วด้วยราคากว่า 31,500 บาท !!

ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนอีกรุ่นหนึ่งที่น่าจับตามองไม่น้อยกับ Samsung Galaxy Note Edge สมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอพิเศษยื่นโค้งออกมาอีกส่วน โดยหลังจากที่เริ่มวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นไปเมื่อ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา ล่าสุดก็เริ่มวางขายในประเทศบ้านเกิดอย่างเกาหลีใต้อย่างเป็นทางการแล้ว กับ SK Telecom และ KT โดยมีวางจำหน่าย 2 สี ขาวและดำ ในราคาที่เกาหลีกว่า 1,067,000 วอนหรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 31,500 บาทเลยทีเดียว โดยสเปคภายในของ Galaxy Note Edge นั้นก็เรียกได้ว่าแทบจะเหมือนกับ Galaxy Note 4 รุ่น Exynos ที่วางขายในบ้านเราเลย อาทิ หน่วยประมวลผล Exynos 5433 Octa-core 1.9 GHz , แรม 3 GB , หน่วยความจำภายใน 32 GB เป็นต้น
ทั้งนี้ทาง Samsung พูดถึงเรื่องการวางจำหน่ายว่า Galaxy Note Edge นั้นจะเป็นสมาร์ทโฟนแบบ Limited Edition Concept Device คือจะไม่ได้มีการวางจำหน่ายเยอะเหมือนรุ่นทั่วๆไป โดยตั้งเป้าไว้ว่าจะวางจำหน่ายเพียง 1 ล้านเครื่องทั่วโลกเท่านั้นครับ :D
เช็คสเปค Samsung Galaxy รุ่นอื่นได้ที่ >> Catalog
เช็คสเปค เปรียบเทียบมือถือรุ่นอื่นๆได้ที่ >> Catalog

ที่มา : Sammobile
ขอบคุณ : www.techxcite.com
http://www.itplaza.co.th/update_details.php?type_id=2&news_id=40679&page=1

เปิดตัว Oppo R5 สมาร์ทโฟนที่บางที่สุดในโลกตัวใหม่ !!

ในงานเปิดตัวที่ผ่านมานี้นอกจากจะมี Oppo N3 แล้วยังมีสมาร์ทโฟนอีกตัวด้วยนั่นก็คือ Oppo R5 สมาร์ทโฟนรุ่นรองอีกตัว ว่าที่สมาร์ทโฟนที่บางที่สุดในโลกตัวใหม่ ที่มาพร้อมกับความบางเพียง 4.85 มม. เท่านั้น ในส่วนของสเปคนั้นก็ไม่ธรรมดาเพราะมาพร้อมกับหน่วยประมวลผล 64-Bit ตัวแรกจากทาง Oppo ด้วย 
สเปค Oppo R5
  • รัน ColorOS 2.0 (Based on Android 4.4)
  • หน้าจอ Amoled ขนาด 5.2 นิ้ว ความละเอียด Full-HD
  • หน่วยประมวลผล Snapdragon 615 Octa-core 1.5 GHz แบบ 64-Bit
  • หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 405 GPU
  • แรม 2 GB
  • แบตเตอรี่ 2000 mAh (รองรับ VOOC mini rapid charge)
  • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX214
  • รองรับ 4G LTE
  • ราคาเปิดตัว $499 (ประมาณ 16,200 บาท)

ที่มา : GSMARENA
ขอบคุณ : www.techxcite.com
http://www.itplaza.co.th/update_details.php?type_id=2&news_id=40678&page=1

หูฟังระดับ Hi-Res Audio รุ่นใหม่ 6 รุ่น เอาใจนักฟังเพลงยุคดิจิตอล

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ผู้นำเทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ Hi-Resolution Audio หรือ Hi-Res Audio (“ไฮ-เรส ออดิโอ”) วันนี้พร้อมวางจำหน่ายหูฟังระดับ Hi-Res Audio พร้อมกัน 6 รุ่น ตอบรับนักฟังเพลงในยุคดิจิตอลที่พิถีพิถันในการเลือกฟังไฟล์เพลงที่มีรายละเอียดเสียงความคมชัดสูงระดับออดิโอไฟล์ และใกล้เคียงกับการบันทึกในสตูดิโอ โดยมีให้เลือกทั้งแบบครอบหู และใส่หู โดยรุ่นครอบหูได้แก่ MDR-Z7, MDR-1A and MDR-1ADAC และแบบใส่หูหรือ in-ear ในรุ่น XBA-Z5, XBA-A3 และ XBA-A2
MDR-Z7, MDR-1A and MDR-1ADAC High-Resolution Audio headphones
MDR-Z7 เป็นหูฟัง Hi-Res Audio แบบครอบหูที่จะเพิ่มความสุนทรีย์ในการฟังเพลงยิ่งขึ้น ด้วยรายละเอียดที่คมชัดในทุกมิติ และย่านสัญญาณ ผลิตด้วยวัสดุคุณภาพเยี่ยม และสวมใส่สบาย MDR-Z7 มาพร้อมไดรเวอร์ขับสัญญาณ HD ขนาด 70mm ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงในทุกย่านสัญญาณความถี่ตั้งแต่เสียงเบสอันทรงพลังระดับ 4Hz จนถึงย่านความถี่สูงที่ชัดใสระดับ 100KHz เปิดมิติใหม่ของการฟังเพลงที่ลึกซึ้งเป็นธรรมชาติแบบ Hi-Res Audio      
MDR-Z7 จะให้คุณลักษณะเสียงที่แผ่กว้าง ให้สัมผัสถึงประสบการณ์ในการฟังแบบ 3 มิติ ถ่ายทอดทุกย่านความถี่เสียงได้อย่างเที่ยงตรง น้ำเสียงมีความอวบอิ่มสดใสเหมาะกับเสียงเพลงหลากสไตล์ด้วยกรวยเสียงแบบคริสตัลโพลิเมอร์ที่เคลือบด้วยอลูมิเนียม (aluminium-coated Liquid Crystal Polymer diaphragms) ช่วยลดความเพี้ยนของสัญญาณเสียง
พร้อม Beat Response Control ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพเสียงเบส ควบคุมแรงสั่นของกรวยเสียงให้สอดคล้องกับจังหวะ และความเร็ว แรงของเบส และยังออกแบบให้สวมใส่สบายไม่เจ็บหูเมื่อฟังนาน ๆ อีกด้วย MDR-Z7 ยังใช้สายกราวด์แยก 4 เส้น ช่วยในการขับเสียงข้างซ้ายขวาให้มีประสิทธิภาพขึ้น ช่วยปรับสมดุลย์ของสัญญาณเสียงที่ออกมา และสายหูฟังยังสามารถถอดได้อีกด้วย
MDR-1A ระดับ Hi-Res Audio เป็นหูฟังคุณภาพเยี่ยมที่เหมาะสำหรับใช้งานแบบพกพาที่บรรจุหลายเทคโนโลยีชั้นยอดที่ใช้ในรุ่น MDR-Z7 อาทิ ไดรเวอร์ขับเสียงขนาด 40mmพร้อมด้วยกรวยเสียงแบบคริสตัลโพลิเมอร์ที่เคลือบด้วยอลูมิเนียม (aluminium-coated Liquid Crystal Polymer diaphragms) และสายสัญญาณแบบ silver-coated OFC (Oxygen Free Copper)พร้อมสายดินแยก
MDR-1ADAC เป็นหูฟังHi-Res Audioที่เหมาะสำหรับการใช้งานทั้งที่บ้าน และพกพา มาพร้อมตัว D/A convertor ที่จะแปลงสัญญาณดิจิตอลเป็นอนาล็อก รองรับสัญญาณรายละเอียดสูงได้ถึง 192 kHz/24 bitหรือ DSD 2.8MHz/5.6MHz. ระบบเลือกแหล่งสัญญาณแบบอัตโนมัติ (Auto input selection) ยังช่วยให้ใช้งานกับอุปกรณ์ต่าง ๆ สะดวกรวดเร็วขึ้นและสามารถใช้งานร่วมกับ Walkman®
และสมาร์ทโฟน Xperia™ ในรุ่นที่รองรับการทำงานร่วมกัน รวมทั้ง PCs, iPod, iPad and iPhone (โดยผ่าน Lightning Digital AV Adapter)ในขณะที่ S-Master HX™ digital amplifier ยังช่วยรักษาคุณภาพเสียงให้คมชัดบริสุทธิ์ สามารถชาร์จด้วย USB battery charging ใช้ฟังเพลงระดับ High-Resolutionได้นานถึง 7.5 ชั่วโมง
XBA Hybrid headphones
XBA-A3 และ XBA-A2 รองรับรายละเอียดระดับ Hi-Res Audio ประกอบด้วยไดรเวอร์ยูนิตแบบ HD Hybrid 3 ทางเช่นเดียวกัน (16mm/12mm dynamic driver unit 1 ตัว และ Balanced Armature driver units2ตัว) จึงให้เสียงเบสที่ลึก และเสียงสูงที่สดใส มีความเป็นดนตรีสูงในขณะที่ XBA-A1 (ไม่รองรับสัญญาณระดับ Hi-Res Audio) ยังคงให้เสียงร้องที่คมชัด และเสียงเบสที่นุ่มนวลด้วยไดรเวอร์ยูนิตแบบ HD Hybrid 2 ทางประกอบด้วย ไดนามิคไดรเวอร์ขนาด 9mm. 1 ตัว และ ไดรเวอรยูนิตแบบBalanced Armature 1 ตัว 


XBA-Z5 เป็นหูฟัง Hi-Res Audioชั้นเยี่ยมแบบ in-earที่ให้สัมผัสถึงมิติการฟังเพลงชั้นเลิศไม่แพ้หูฟังแบบครอบหูข้างต้น ให้ความรู้สึกสมจริงราวกับได้ฟังดนตรีสด ๆ ด้วย HD Hybrid three-way driver system ประกอบด้วยไดนามิค ไดรเวอร์ขนาด 16mm 1ตัว และไดรเวอร์แบบ Balanced Armature 2 ตัว เป็นต้วขับแบบ full range และmagnesium HD super tweeter ที่ให้รายละเอียดเสียงคมชัดทุกย่านความถี่ตอบสนองHi-Res Audioได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 
หูฟังแบบ in-ear รุ่นใหม่ทุกรุ่นล้วนใช้ Linear Drive Balanced Armature ที่พัฒนาขึ้นใหม่เพื่อปรับปรุงค่าความสัมพันธ์เชิงเส้นการสั่นไหวของระบบกลไก เพื่อให้เสียงในย่านความถี่ช่วงกลาง และสูง มีความคมชัด ผ่านการเชื่อมต่อโดยตรงระหว่าง ไดรเวอร์ armatureและกรวยเสียง (diaphragm)
ทั้งนี้ เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ในการฟังเพลงอันสุนทรีย์ในรูปแบบ Hi-Res Audio อย่างแท้จริง จึงได้จัดสายสัญญาณ MUC เป็นของสมนาคุณพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อหูฟังรุ่น MDR-Z7 และ XBA-Z5 โดยเฉพาะ โดยในรุ่น MDR-Z7 จะได้รับสายสัญญาณรุ่น MUC-B Series (มูลค่าประมาณ 8,000 บาท) ที่โซนี่ได้พัฒนาร่วมกับ Kimber Kable®[1] ผู้ผลิตสายสัญญาณคุณภาพระดับโลก

ซึ่งมีชื่อเสียงตั้งแต่ปี ค.ศ. 1979 ในการพัฒนาสายสัญญาณซีรี่ส์นี้โดยเฉพาะ จึงมั่นใจได้ในคุณภาพ และความแข็งแรงทนทาน ส่วนผู้ซื้อหูฟังรุ่น XBA-Z5 จะได้รับสายสัญญาณรุ่น MUC-M Series (มูลค่าประมาณ 3,000บาท) ทั้งนี้สายสัญญาณทั้ง 2 รุ่นดังกล่าวยังไม่ได้วางจำหน่ายในตลาดเมืองไทย   
หูฟัง Hi-Res Audio ทั้ง 6 รุ่น จะเริ่มทยอยวางจำหน่ายตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม ศกนี้ เป็นต้นไป ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร 02-715-6100หรือเยี่ยมชม www.sony.co.th และทดลองประสิทธิภาพเพื่อสัมผัสประสบการณ์ฟังเพลงอีกระดับจากผลิตภัณฑ์Hi-Res Audioได้ที่โชว์รูมโซนี่ สโตร์ ทุกสาขา และที่ร้านโซนี่ เซ็นเตอร์
ผลิตภัณฑ์หูฟังในกลุ่ม Hi-Res Audio
[1] KIMBER KABLE® is a trademark or a registered trademark of RKB Industrial, Inc. in the U.S.A. and other countries.

ขอบคุณ : www.techxcite.com
http://www.itplaza.co.th/update_details.php?type_id=5&news_id=40676&page=1

เปิดตัวกล้อง Ricoh Theta 360 องศา ถ่ายรูปสวยได้รอบตัว

Ricoh ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ RICOH THETA (รหัสสินค้า RICOH THETA m15) กล้องถ่ายภาพที่สามารถเก็บภาพในมุมมองรอบตัวได้แบบ 360 องศา โดยกล้องรุ่นใหม่นี้สามารถบันทึกได้ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว กล้อง RICOH THETA เป็นกล้องที่จะช่วยเปิดประสบการณ์ในการถ่ายภาพและบันทึกเรื่องราวได้อย่างเหนือจินตนาการ

ด้วยขนาดกล้องที่เล็ก แต่มีประสิทธิภาพสูงโดยเฉพาะการถ่ายวีดีโอรอบๆตัวความยาวสูงสุดสามนาทีเพื่อแชร์ให้คนอื่นๆได้เห็นและรู้สึกเหมือนกับว่าอยู่ในสถานที่นั้นๆเช่นเดียวกับคุณพร้อมการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi ที่รวดเร็ว มีสีบอดี้ให้เลือกทั้งขาว ชมพู เหลืองและฟ้า สำหรับราคาเปิดตัวอยู่ที่ £269.99 หรือประมาณ 14,000 บาท

บทความโดย : น้าป๋วย TechXcite
ที่มา : dpreview
ขอบคุณ : www.techxcite.com
http://www.itplaza.co.th/update_details.php?type_id=5&news_id=40673&page=1

วันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2557

รุ่นน้องบ้าง ! จับ iPad Mini 3 ลงน้ำ , งอเครื่อง แล้วยิงด้วยปืน Sniper ต่อ !! (มีคลิป)

หลังจากที่วันก่อนรุ่นพี่ใหญ่อย่าง Apple iPad Air 2 ของเราได้ผ่านการรับน้องด้วยการเอาเครื่องไปจุ่มน้ำแล้วยิงด้วยปืน Air Soft ไปแล้ว >> จับ iPad Air 2 จุ่มน้ำ, งอเครื่องแล้วยิงด้วยปืนไรเฟิล Airsoft! (มีคลิป)ล่าสุดก็ถึงคราวของรุ่นน้องอย่าง iPad Mini 3 กันบ้าง โดยแน่นอนว่าทีมงานที่จับมาทดสอบความโหดนี้ก็คือRatedRR ทีมเดียวกับคราวก่อนนั้นนั่นแหละ และการทดสอบต่างๆก็เหมือนกันเลย คือเอาเครื่องจุ่มน้ำ , ทดสอบน้ำมาใส่กระเป๋ากางเกง , บิดงอเครื่อง และปิดท้ายด้วยการยิงปืน Sniper (Barrett M82A1) สุดท้ายแล้วผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร ลองไปติดตามจากคลิปด้านล่างนี้กันเลยครับ ><

iPad Mini 3 vs .50 Cal Bend Test

  • โดย RatedRR  
  •  
  • 1 วันที่ผ่านมา
  •  
  • ดู 67,545 ครั้ง
iPad Mini 3 vs .50 Cal Bend Test Click here to subscribe: http://goo.gl/mZDvQ For my Tech Review channel click here: http://www.
  • ใหม่
  •  
  • HD

ที่มา : RatedRR
ขอบคุณ : www.techxcite.com
http://www.itplaza.co.th/update_details.php?type_id=2&news_id=40638&page=1

ไหงงั้น...ผลทดสอบชี้ iPad Mini 2 แบตเตอรี่อึดกว่า iPad Mini 3 !!

ภายในงานเปิดตัว iPad 2 รุ่นใหม่เมื่อสัปดาห์ก่อน Apple ไม่ค่อยได้พูดถึงสเปคหรือว่าความสามารถบน iPad Mini 3 มากนัก (เน้นไปที่ตัวใหญ่อย่าง iPad Air 2 มากกว่า) ซึ่งหากดูจากสเปคจริงๆแล้วเจ้า iPad Mini 3 นั้นก็แทบจะไม่ต่างจาก iPad Mini 2 สักเท่าไหร่ จะมีจุดเด่นๆที่เพิ่มเข้ามาก็คือ Touch ID บนปุ่มโฮม , ความจุสูงสุด 128 GB และสีทองเข้ามาอีกหนึ่งตัวเลือก เป็นต้น
และล่าสุดทางทีมงาน Phonearena ก็ได้เครื่อง iPad Mini 3 มาทดสอบเป็นที่เรียบร้อย และจากการทดสอบดูเหมือนว่าแบตเตอรี่ของ iPad Mini 3 นั้นดูเหมือนว่าจะสามารถใช้งานได้น้อยกว่าบน iPad Mini 2 ซะงั้น (ตามกราฟด้านบน) อันนี้ก็ไม่รู้ว่าตัวซอฟแวร์มีส่วนหรือเปล่าเพราะ iPad ทั้ง 2 ตัวนี้ก็ใช้ชิปเซ็ต Apple A7 ตัวเดียวกันน่ะ ><

ที่มา : Phonearena
ขอบคุณ : www.techxcite.com
http://www.itplaza.co.th/update_details.php?type_id=2&news_id=40637&page=1

หลุดข้อมูลสเปคและราคาของ Galaxy A5 ในร้านค้าปลีกประเทศเทศคาซัคสถาน !!

ทยอยมีข้อมูลหลุดออกมาเรื่อยๆสำหรับสมาร์ทโฟนตัวใหม่จากตระกูล Galaxy A (ตระกูลเดียวกับ Galaxy Alpha) ที่เน้นความหรูหราของวัสดุอย่างกรอบเครื่องที่เป็นโลหะเป็นต้น ล่าสุดก็มีข้อมูลของ Galaxy A5 สเปคพร้อมราคาค่าตัวของสมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวไปโผล่อยู่บนโบรชัวของร้านค้าปลีกในประเทศคาซัคสถานซะงั้น 
โดยข้อมูลนั้นระบุว่าตัวเครื่องของ Galaxy A5 นั้นจะมาพร้อมกับขนาดสัดส่วน 139.3 x 69.7 x 7 มม.หนัก 123 กรัม พร้อมกับสเปคคร่าวๆ อีกด้วย อาทิ รันบน Android 4.4 Kitkat , หน้าจอ Super-Amoled ขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด HD , หน่วยประมวลผล Dual-core 1.2 GHz , กล้อง 13 ล้านพิกเซล , รองรับ NFC , รองรับการเพิ่ม Micro-SD การ์ด , รองรับ 4G LTE และ 2 ซิม เป็นต้น และนอกจากเรื่องสเปคคร่าวๆแล้วยังมีราคาระบุไว้เช่นกัน โดยราคาของรุ่นนี้จะอยู่ที่ 99,990 เตงเก (Kazakhstani Tenge) หรือประมาณ 17,900 บาทไทยครับผม :D

ที่มา : Sammobile
ขอบคุณ : www.techxcite.com
http://www.itplaza.co.th/update_details.php?type_id=2&news_id=40636&page=1