วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2555

เอซุสส่ง ROG TYTAN CG8890 พีซีแรงระดับเทพเอาใจเกมเมอร์

Pic_292654
“เอซุส” เปิดตัวเกมมิ่งเดสก์ท็อปตัวเก่งสุดแรง “ROG TYTAN CG8890” 
ที่เหล่าเกมเมอร์ทั่วโลกรอคอย กับฟังก์ชั่นโอเวอร์คล็อกสุดล้ำ 6 คอร์เน่งได้ถึง 4.2 GHz ระบายความร้อนด้วยน้ำ การ์ดจอรองรับการแสดงผล 4 หน้าจอ ในราคาแสนต้นๆ...

กลุ่มธุรกิจโอเพ่น แพล็ตฟอร์ม  (โอพี บีจี) บริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เอซุส ประกาศเปิดตัวเดสก์ท็อปพีซีสำหรับการเล่นเกม “ROG TYTAN CG8890” ที่มากับความแรงเกินพิกัดที่เหล่าเกมเมอร์ทั่วโลกต่างเฝ้ารอ มาพร้อมจุดเด่นด้วยระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ใช้ซีพียู Intel Core i7-3960X Processor ใหม่ล่าสุด และพ่วงมาด้วยโหมดพิเศษ Turbo Gear ที่ใช้ในการโอเวอร์คล็อกได้แบบทันทีถึง 6 Core ส่งมอบความเร็วสูงสุดที่ 4.2 GHz อีกทั้งยังใช้กราฟฟิกการ์ดสมรรถนะแรงจัดจาก NVIDIA รุ่น GeForce GTX 690 ที่รองรับการใช้งานพร้อมกันถึง 4 หน้าจอ

นอกจากนี้เดสก์ท็อปพี ซี “ROG TYTAN CG8890” ยังใช้ฮาร์ดไดร์ฟแบบ Dual 128 GB SATA3 SSDs (Solid State Drive) ที่มีเทคโนโลยี RAID 0 มอบความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลมากกว่าถึง 4 เท่าเมื่อเทียบกับฮาร์ดดิสก์ทั่วไป เพิ่มคุณภาพเสียงด้วยสุดยอดซาวด์การ์ด ASUS Xonar DX ที่ให้เสียงคมชัดมากขึ้นกว่าปกติ 35 เท่า เทียบกับการ์ดเสียงออนบอร์ดบนพีซีทั่วไป ทำให้เหล่าเกมเมอร์สามารถได้ยินเสียงศัตรูในเกมก่อนมองเห็นตัวบนหน้าจอ
สำหรับ การออแบบทรงเคสคอมพิวเตอร์ ก็เป็นรุปทรงโพลีกอนที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อการไหลเวียนของอากาศที่ดียิ่ง ขึ้นเมื่อเข้าโหมดโอเวอร์คล็อก โดยเคสด้านข้างเมื่อเปิดออกจะมองเห็นพัดลมระบายอากาศที่เรืองแสงสีแดง และช่องระบายอากาศด้านล่างแสดงสถานะของโหมดการใช้งานด้วยแสงสีฟ้าและสีแดง โดยเคสของ ROG TYTAN CG8890 นี้ ได้รับการออกแบบให้มีช่องระบายความร้อนกว่า 10 ช่องทาง และใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ เพื่อช่วยลดความร้อนให้อากาศไหลเวียนได้อย่างต่อเนื่อง สามารถรองรับการทำงานที่หนักหน่วงได้อย่างสมบุกสมบัน

ด้านความ สามารถของระบบโอเวอร์คล็อก Turbo Gear ที่ทำได้ง่ายภายในคลิ๊กเดียว ตอบสนองการโอเวอร์คล็อกอย่างรวดเร็วด้วยซีพียู Intel Core i7-3960X Processor โดยที่ไม่ต้องรีบูตเครื่อง ด้วยการคลิ๊กเพียงครั้งเดียว ซีพียูของ CG8890 ก็สามารถโอเวอร์คล็อกทั้ง 6 Core ใน 3 โหมดได้พร้อมกันอย่างสะดวกรวดเร็ว มาพร้อมแสงแอลอีดีไฟบอกสถานะสีฟ้าและแดง DEFCON Indicator บริเวณใต้ช่องระบายอากาศที่แสดงสถานะของเครื่องตามโหมดการใช้งานต่างๆ ดังนี้: โหมด Startup: ROG Logo + แสงช่องระบายอากาศสีฟ้า ซีพียูโอเวอร์คล็อกที่ 3.8GHz โหมด Turbo Gear: ROG Logo + แสงช่องระบายอากาศสีแดง ซีพียูโอเวอร์คล็อกที่ 4.0GHz และ โหมด Turbo Gear extreme:ROG Logo+แสงช่องระบายอากาศสีแดง ซีพียูโอเวอร์คล็อกที่ 4.2GHz

ตื่น ตาตื่นใจกับกราฟฟิกส์การ์ด NVIDIA GeForce GTX 690 รุ่นใหม่ล่าสุดที่จะทำให้การเล่นเกมลื่นไหล ไร้การสะดุด แม้ในเกมที่กินทรัพยากรเครื่องสูง นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อจอภาพพร้อมกันได้ถึง 4 หน้าจอ มาพร้อมออปชั่นที่ให้คุณเล่นเกม 3D ได้อรรถรสถึงขีดสุดด้วย NVIDIA 3D Vision Surround รวมทั้งซาวด์การ์ดคุณภาพสูง ASUS Xonar DX Audio Card ที่ใช้เทคโนโลยีจาก Dolby Home Theater มอบพลังเสียงกระหึ่มเร้าใจยิ่งกว่าการ์ดเสียงออนบอร์ดทั่วไปถึง 35 เท่า (116dB SNR) ให้คอเกมลุ้นสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงศัตรูก่อนที่เห็นตัวจริงปรากฎบนหน้าจอใน เกม และทีเด็ดสุดท้ายก็คือไดร์ฟแบบ Dual 128 GB SATA 3 SSDs ที่ใช้เทคโนโลยี RAID 0 มอบความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลมากกว่าถึง 4 เท่าเมื่อเทียบกับฮาร์ดดิสก์ปกติทั่วไป ทำให้คุณสามารถสนุกสนานไปกับเกมได้อย่างทันท่วงทีในทุกสถานการณ์

ROG TYTAN CG8890 ถูกออกแบบมาให้สามารถระบายความร้อนได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมยังรักษาความเสถียรสูงสุดเมื่อเล่นเกมในโหมด Turbo Gear โดย โครงสร้างของเคสสามารถเปิดด้านบนและด้านข้างออกด้วยระบบไฮโดรลิค และมองเห็นพัดลมระบายความร้อนสีแดงที่คอยดูดความร้อนออกและสูบลมเย็นเข้าไป เพื่อยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ ช่องระบายอากาศที่ซับซ้อนในตัวเคสยังช่วยระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น ผนวกกับระบบระบายความร้อนด้วยน้ำที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเงียบไร้ เสียงรบกวนด้วยการระบายความร้อนถึง 10 ช่องทาง ด้วยการผนึกเทคโนโลยีระบายความร้อนที่ดีเยี่ยมนี้ ทำให้เกมเมอร์มั่นใจได้ว่า ROG TYTAN CG8890 คือเดสก์ท็อปเกมมิ่งสุดทรหดที่สามารถเล่นเกมในแบบมาราธอนได้อย่างไม่มีหยุด ทั้งนี้เกมมิ่งเดสก์ท็อป “ROG TYTAN CG8890” จากเอซุสวางจำหน่ายแล้วในราคาเริ่มต้น 139,900 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม).

ไทยรัฐออนไลน์

เปรียบมวย Nikon D600 และ Canon EOS 6D ใครเด่นด้านไหน รุ่นไหนน่าฟาดกว่ากัน

ถือเป็นการเปิดตัวกล้อง DSLR ที่ถูกคู่ถูกเวลาที่สุด ณ ตอนนี้ เมื่อ Nikon ประกาศเปิดตัว Nikon D600 อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา แล้วหลังจากนั้นเพียง 1 สัปดาห์ Canon ก็เผย Canon EOS 6Dออกมาประสานงากัน เนื่องจากทั้งคู่ถือเป็นกล้อง DSLR ที่ใช้เซ็นเซอร์ Full Frame เหมือนกัน และออกมาจับตลาดกล้อง DSLR ระดับกลางสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานกล้องในแบบกึ่งมืออาชีพ หรือผู้ที่กำลังจะขยับขยายจากการใช้งานกล้อง APS-C เดิมมาเป็น Full Frame
ความสามารถของกล้องทั้งสองรุ่นนี้ถือได้ว่าใกล้เคียงกันมาก จะแตกต่างกันในบางจุด ซึ่งสำหรับคนที่มองหากล้อง Full frame ตัวแรกแล้ว คงคับข้องใจอยู่บ้างว่าจะเล่นตัวไหนดีระหว่าง Nikon D600 และ Canon EOS 6Dยังไงแล้วลองไปเปรียบเทียบสเป็คต่างๆที่ให้มากันเลยดีกว่าว่ารุ่นไหนจะน่าฟาดกว่ากัน
บทความโดย : น้าป๋วย TechXcite

วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2555

มารู้จัก nano sim ...ซิมแบบใหม่ใน iPhone 5




มารู้จัก nano sim ...ซิมแบบใหม่ใน iPhone 5

          เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2555 สำหรับ "iPhone5" ที่ใครหลาย ๆ คน ต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอยที่จะยลโฉมสมาร์ทโฟนนัมเบอร์ล่าสุดของค่ายแอปเปิล ส่วนกระแสตอบรับนั้นขอบอกเลยว่าแรงสุด ๆ ฉุดไม่อยู่จริง ๆ ด้วยดีไซน์คลาสสิคแต่แฝงไปด้วยความเรียบหรูตามสไตล์ของแอปเปิล บวกกับสเปคของ "iPhone5" ที่แรง และเร็วกว่าเดิม 2 เท่า แถมยังมีกล้องหน้าเอาใจผู้ที่ชื่นชอบถ่ายรูปด้วย FaceTime HD ความละเอียด 720p นอกจากนี้ "iPhone5" ยังใช้ซิมมาตรฐานใหม่ Nano Sim (นาโนซิม) อีกด้วย...
          งานนี้ใครหลาย ๆ คน ก็อาจจะสงสัยว่า Nano Sim (นาโนซิม) คืออะไร และมีขนาดเล็กกว่า Micro Sim (ไมโครซิม) แค่ไหน ...แล้ว Nano-SIM (นาโนซิม) สามารถใช้กับเครื่องโทรศัพท์เครื่องไหนได้บ้าง วันนี้กระปุกดอทคอม มีคำตอบมาฝากทุก ๆ ท่านกันค่ะ

มารู้จัก nano sim ...ซิมแบบใหม่ใน iPhone 5

          สำหรับเจ้า Nano Sim เป็นซิมสุดจิ๋วขนาดเล็กกว่าไมโครซิมถึง 40% โดยมีขนาดเพียง 1 ตารางเซนติเมตร หรือ  12.3 x 8.8 x 0.67 มิลลิเมตร เท่านั้น แต่เห็น Nano Sim มีขนาดเล็กเช่นนี้ ขอบอกว่าความสามารถนั้นไม่ได้ลดลงไปตามขนาดเลยล่ะ เพราะเจ้า Nano Sim นั้น มีประโยชน์หลัก ๆ ก็คือ ช่วยให้มีพื้นที่ในตัวเครื่องเพิ่มขึ้น และลดขนาดของถาดซิม ซึ่งจะส่งผลให้กับการผลิตสมาร์ทโฟนในอนาคต เนื่องจากจะทำให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนใหม่ ๆ สามารถออกแบบอุปกรณ์สื่อสารให้เบาลง บางลง และเล็กลงได้อีกมาก เรียกได้ว่าตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในอนาคตได้อย่างดีเยี่ยมเลยล่ะ

มารู้จัก nano sim ...ซิมแบบใหม่ใน iPhone 5
พัฒนาการของซิมการ์ด
          SIM ซิมแบบธรรมดา เริ่มใช้เมื่อ พ.ศ. 2532   มีขนาด 15 x 25 มิลลิเมตร

         Micro-SIM ไมโครซิม เริ่มใช้เพื่อ พ.ศ. 2547 มีขนาด 15 x 12 มิลลิเมตร

         Nano-SIM นาโนซิม เริ่มใช้เมื่อ พ.ศ. 2555 มีขนาด 12.3 x 8.8 มิลลิเมตร

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ที่มา  IT PLAZA : มารู้จัก nano sim ...ซิมแบบใหม่ใน iPhone 5

เผยความลับของชิป A6 ใน iPhone 5



 
iPhone 5 - ยังคงมีรายงานข่าวเกี่ยวกับ iPhone 5 ให้ได้ติดตามกันอีกวัน หลังจากเปิดตัวไปเมื่อวานนี้ ซึ่งก็มีคำถามตามติดกันมามากมาย ตั้งแต่เรื่องของการไม่มีเทคโนโลยี NFC หรือระบบชาร์จไร้สายไปจนถึงคอนเน็คเตอร์ Lightning ล่าสุดยังมีอีกคำถามหนึ่งที่หลายคนยังสงสัยอยู่นั่นก็คือ โพรเซสเซอร์ A6 ที่อยู่ใน iPhone 5 ของ Apple ความจริงมันมีกี Core ? และแรงแค่ไหน?
นัก วิเคราะห์จาก Nomura Equity Research เปิดเผยข้อมูลเกียวกับชิป A6 โพรเซสเซอร์ตัวใหม่ใน iPhone 5 ว่า มันเป็น ชิป ดูอัลคอร์ Cortex-A15 ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อ Apple จากโรงงานของ Samsung โดยใช้เทคโนโลยีกระบวนการผลิตที่ 32nm HKMG  นั่นหมายความว่า แอปเปิ้ลเป็นเจ้าแรกในหลายบริษัทที่เริ่มใช้สถาปัตยกรรมใหม่อย่าง Cortex-A15 ในการพัฒนาโพรเซสเซอร์ โดยมันจะเป็นโพรเซสเซอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของ ARM Holding plc ทั้งนี้ทาง ซัมซุงได้เคยเปิดเผยในช่วงปลายปี 2011 ว่า ทางบริษัทได้เริ่มผลิตชิปตัวอย่งดูอัลคอร์ ARM Coretex-A15 ทีมีชื่อว่า Exynos 5250 ด้วยกระบวนการผลิตที่ 32-nm HKMG และจะผลิตเพื่อจำหน่ายเป็นจำนวนมากในช่วงไตรมาสที่สามของปี 2012 โดยสำหรับ Exynos 5250 จะมีการรวมความสามารถการทำงานของชิปกราฟิก Mali เพื่อใช้ผลิตแท็บเล็ตไฮเด็นด์ด้วย ซึ่งที่สัญญาณนาฬิกา 2GHz ในการทำงานของชิปตัวนี้ ทางบริษัทอ้างว่า มันจะให้ประสิทธิภาพการทำงานเป็นสองเท่าของชิปในตระกูล Exynos ที่เป็นดูอัลคอร์ Cortex-A9 ความเร็ว 1.5GHz
ในการเปิดตัว iPhone 5 แอปเปิ้ลได้ให้รายละเอียดเกียวกับคุณสมบัติ และความสามารถของโพรเซสเซอร์ และกราฟิกน้อยมาก ทางบริษัทกล่าวแค่ว่า โพรเซสเซอร์ A6 จะให้ประสิทธิภาพการประมวลผล และการแสดงผลทางด้านกราฟิกเป็น 2 เท่าของ A5x ทีใช้ใน iPhone 4S  โดยทั่วไปโพรเซสเซอร์บนสมาร์ทโฟนจะทำงานด้วยสัญญาณนาฬิกาได้สูงถึง 1.5 GHz แต่การออกแบบด้วย Cortex-A15 จะช่วยอธิบายได้ว่า แอปเปิ้ลเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานให้กับ iPhone 5 ได้เป็นสองเท่าของ iPhone 4S  ได้อย่างไร โดยในส่วนของกราฟิก แอปเปิ้ลยังคงใช้สิทธิบัตรของ Imagination Technologies Group ที่สนับสนุนเทคโนโลยีกราฟิกด้วยชิปดูอัลคอร์ PowerVR SGX543MP2 ดังนั้น A6 ก็น่าจะใช้เวอร์ชัน"ควอดคอร์"กราฟิก PowerVR SGX543MP4 เพื่อทำให้ iPhone 5 สามารถให้ประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมเป็น 2 เท่าของ iPhone 4S

อ้างอิง  http://hitech.sanook.com
ที่มา  IT PLAZA  เผยความลับของชิป A6 ใน iPhone 5

5 คุณสมบัติที่น่าจะมีใน iPhone 5 แต่กลับไม่มี พร้อมเหตุผลจาก Phil Schiller



iPhone 5 ได้เปิดตัวไปแล้ว แต่สำหรับหลายคนอาจจะรู้สึกว่าหลายอย่างในนั้นมันไม่ใหม่พอ ซึ่งคงเหมือนกับ Jessica E. Vascellaro ผู้สื่อข่าว WSJ ที่มองว่า iPhone 5 มีการพัฒนาต่อยอดขึ้นมาพอสมควรจากรุ่นก่อนหน้า หากแต่หลายอย่างก็เป็นการไล่ตามมาตรฐานปัจจุบันของสมาร์ทโฟนเท่านั้น โดย iPhone 5 มีความสามารถหลายอย่างที่ควรจะมีอยู่แต่กลับไม่มีดังนี้
ที่มาของภาพประกอบ: http://online.wsj.com
การจ่ายเงินผ่าน NFC
NFC กลายเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ทั้ง Android และ Windows Phone มันช่วยเพิ่มความสามารถในการชำระเงินให้สะดวกขึ้น รวมทั้งใช้เพื่อแลกเปลี่ยนไฟล์ระหว่างสมาร์ทโฟนด้วยกันได้อย่างง่ายดาย แต่สิ่งที่ iPhone 5 มีคือระบบ Passbook ที่เปรียบเสมือนตั๋วคูปองดิจิตอลเท่านั้น
สำหรับประเด็นนี้ Phil Schiller รองประธานฝ่ายการตลาดของแอปเปิลได้ให้สัมภาษณ์ในเวลาต่อมากับ All Things D ว่าแอปเปิลเองไม่แน่ใจว่า NFC นั้นจะมีปัญหาอื่นตามมาหรือไม่ในอนาคตจึงไม่นำมันมาใส่ใน iPhone 5 และวิธีของ Passbook นั้นก็เป็นวิธีการที่ลงตัว ง่ายดายที่สุดทั้งสำหรับลูกค้าและร้านค้า
Home Screen แบบปรับแต่งได้
ปัญหานี้น่าจะเป็นการก้าวข้ามไม่พ้น ข้อจำกัดที่ใหญ่มากสำหรับ iOS เพราะในขณะที่ผู้ใช้ Android สามารถปรับแต่งหน้าการใช้งานได้ด้วย widget มากมาย แต่ iPhone 5 ก็ยังรักษาเอกลักษณ์หน้า Home แบบเดิมไว้เหมือนในอดีต ซึ่งอาจเป็นผลเสียในระยะยาวเพราะ widget บน Android นั้นสามารถจัดเรียงข้อมูลที่สำคัญมาเตือนไว้ในหน้า Home ได้เลย ไม่ต้องเรียก Notification Center แบบ iOS ทำให้เราเห็นสภาพอากาศปัจจุบัน, อีเมล, การแจ้งเตือน Facebook ได้ในหน้าแรก ซึ่งการทำงานลักษณะดังกล่าวก็มีใน Windows Phone ด้วยเช่นกัน
Face Unlock
Android รุ่นใหม่นั้นมีคุณสมบัติปลดล็อกด้วยการรู้จำใบหน้าผู้ใช้งาน ซึ่งมันก็ทำงานได้ดีทีเดียวแต่สำหรับ iPhone แล้วการปลดล็อกยังคงต้องใช้นิ้วปาดอยู่เหมือนเดิม
จอใหญ่ขึ้น แต่ก็ไม่มาก
iPhone 5 มาพร้อมกับหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นคือขนาด 4 นิ้ว แต่ความจริงแล้วหน้าจอ 4 นิ้วก็ไม่ได้เป็นหน้าจอที่จัดว่าใหญ่นัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนรุ่นเด่นดังในปัจจุบันอย่าง Galaxy S III ของซัมซุงที่มีขนาดหน้าจอถึง 4.8 นิ้วไปแล้ว
ชาร์จไร้สาย
คุณสมบัติชาร์จไร้สายกำลังเป็นมาตรฐาน ใหม่ของสมาร์ทโฟน ซึ่งโนเกีย Lumia 820 และ 920 มีมันแล้วแต่ iPhone 5 กลับเลือกการชาร์จแบบมีสายต่อไป โดยปรับแค่ขนาดหัวเชื่อมต่อให้เล็กลงเท่านั้น
สำหรับประเด็นนี้ Schiller ได้กล่าวถึงเช่นกัน โดยเขาบอกว่าระบบชาร์จไร้สายนั้น ตัวแผงที่ใช้สำหรับวางอุปกรณ์เพื่อชาร์จไฟก็ยังต้องเชื่อมต่อกับส่วนอื่น อยู่ดี ซึ่งสำหรับสภาพการใช้งานทั่วไปแล้วมันคือความยุ่งยากมากขึ้นมากกว่า ส่วนเหตุผลที่แอปเปิลเลือกเปลี่ยนมาใช้ตัวเชื่อมต่อ Lightning ที่เล็กลงนั้นก็เพื่อรองรับอุปกรณ์ในอนาคตที่ต้องการความบางมากขึ้นนั่นเอง
ที่มา: WSJ
ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ   บทความโดย:

iPhone 5 + QE 3 + 45th Mr.President!



ช่วง วันที่ 10–14 กันยายนที่ผ่านไป ช่างเป็นสัปดาห์ที่หลายคนอาจนึกไม่ถึงว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชนิดแบบว่าเอาให้ฟื้นกันชัดๆ สักทีจะเห็น จากทั้งแบงก์ชาติสหรัฐฯ ที่เรียกกันติดปากสั้นๆ ว่า “เฟด” และเห็นจากบริษัทแอปเปิล อินคอร์ปอเรชั่น เจ้าของสมาร์ทโฟนชื่อก้องโลกอย่าง iPhone ไม่ว่าจะโดยบังเอิญหรือไม่ แต่พลังและแรงส่งของทั้ง 2 เหตุการณ์ภายในสัปดาห์เดียวกัน สามารถดูได้จากอารมณ์กระทิงวิ่งชนดัชนีหุ้นดาวโจนส์ และขวิดส่งราคาหุ้นแอปเปิลพุ่งไปแล้ว...
12 กันยายน ที่ย่านซิลิคอนวัลเลย์ เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ที่นั่น ทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทแอปเปิล อินคอร์ปอเรชั่น เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่มีชื่อว่า iPhone 5 ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าสร้างกระแสและทำเงินได้เหนือความคาดหมาย ทั้งในแง่ลูกค้าชาวอเมริกันที่อยู่ในสังคมแห่งการบริโภคสูงมาก รวมถึงบรรดาสาวก iPhone ทั่วโลก ลองคิดอย่างผิวๆ กับราคาเครื่องต่ำสุดที่ 199 ดอลลาร์ ก็ตกประมาณ 6,368 บาท ด้วยราคานี้คูณกับยอดจอง 5 ล้านเครื่องภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังการเปิดตัว ก็เท่ากับรับไปเนื้อๆ แล้ว 31,840 ล้านบาท แต่ยอดสั่งจองได้รับการปรับเพิ่มขึ้นเป็น 26 ล้านเครื่องภายในสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายนนี้ ก็เท่ากับว่าขายได้มากถึง 165,568 ล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้น นักวิเคราะห์ทั้งจากวงการไอที สื่อชั้นนำด้านเศรษฐกิจ ตลาดทุน และตลาดหุ้นสหรัฐฯ มั่นใจไปแล้วว่าจากวันที่ 12 กันยายนถึง 31 ธันวาคมนี้ iPhone 5 จะขายได้ถึง 149 ล้านเครื่อง ก็เท่ากับกวาดเงินไปตั้งแต่ 948,832 ล้านบาท (คิดจากราคารุ่นต่ำสุด 199 ดอลลาร์ หรือ 6,638 บาท) ถึง 1.9 ล้านล้านบาท (คิดจากราคารุ่นสูงสุด 399 ดอลลาร์ หรือ 12,768 บาท) เลยทำให้ส่งท้ายวันศุกร์ที่ 14 กันยายน (หลังเปิดตัว iPhone 5 ผ่านไป 2 วันพอดี) ราคาหุ้นของบริษัทแอปเปิลพุ่งขึ้นปิดด้วยสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับ ตั้งแต่เข้าซื้อในตลาดหุ้นสหรัฐฯ พระเจ้าช่วย! หุ้นอะไรแพงทะลุ 22,121 บาทต่อหุ้น เท่ากับราคาเพิ่มขึ้น 71% ตั้งแต่ต้นปีนี้ ที่น่าสนใจอยู่ตรงนี้ครับ ยอดขาย iPhone สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ใน 3 เดือนสุดท้ายปีนี้ได้ถึง 0.5% ให้เข้าใจกันง่ายๆ ต่อไป คือ iPhone 5 สามารถสร้างรายได้ให้สหรัฐอเมริกาถึงปีละ 12,800 ล้านดอลลาร์ หรือ 409,600 ล้านบาท!
13 กันยายน ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี เมืองหลวงของสหรัฐอเมริกา ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ นายเบน เบอร์นันกี นั่งแถลงด้วยตัวเองถึงผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินอีกครั้งหนึ่ง ในหน้าประวัติศาสตร์โลก เริ่มตั้งแต่ตรึงดอกเบี้ยระยะสั้นต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ 0–0.25% ต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่ากว่าจะได้เห็นปรับขึ้นคงต้องช่วงกลางปี 2558 เป็นต้นไป ถัดมาคือ ประกาศปรับเพิ่มอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ หรือจีดีพีที่มีขนาดใหญ่อันดับ 1 ของโลกในปีหน้าเป็น 2.5–3.0% และในปี 2557 เพิ่มอีกเป็น 3.8% ก็แสดงว่ามีสัญญาณขยายตัวต่อเนื่อง แต่ที่น่าสนใจมากที่สุด คือ เฟดเลือกใช้มาตรการซื้อคืนตราสารทุนครั้งที่ 3 หรือที่เรียกกันติดปากสั้นๆ ว่า QE 3 โดยครั้งนี้เฟดเลือกซื้อคืนตราสารทุนอสังหาริมทรัพย์เป็นประจำทุกเดือนๆ ละ 40,000 ล้านดอลลาร์ หรือเท่ากับมีเงินใหม่ๆ เข้ามาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจสหรัฐฯ มากขึ้นถึงเดือนละ 1.28 ล้านล้านบาท (เป็นครึ่งหนึ่งของปีงบประมาณประเทศไทยปี 2556 ที่ตั้งไว้ 2 ล้านล้านบาท แต่ใช้กันทั้ง 12 เดือน หรือ 1 ปี) โดยเริ่มซื้อทันทีในเดือนนี้และซื้อไปเรื่อยๆ ไม่มีวันสิ้นสุด หรือจนกว่าสัญญาณฟื้นตัวเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะชัดเจนกว่าที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ เพียงแค่ประกาศประเด็นสุดท้ายที่ทุกคนรอคอยกับมาตรการ QE 3 ก็ส่งผลเกิดภาวะกระดิงดุวิ่งเข้าชนดัชนีหุ้นดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์ก สหรัฐฯ ขึ้นปิดสูงสุดในรอบเฉียด 5 ปีที่ระดับ 13,593 เมื่อวันศุกร์ที่ 14 กันยายนที่ผ่านไป

เพียง แค่ 2 เหตุการณ์สำคัญของ iPhone 5 เปิดตัวในวันที่ 12 กันยายน พร้อมยอดจองไปจนถึงยอดขาย และ 13 กันยายน ที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการ QE 3 ซึ่งก็ไม่ต่างกับการเปิดตัวมาตรการใหม่ที่รอคอยในวงการเศรษฐกิจตลาดทุนของ โลก เฉพาะตัวเลขของเม็ดเงินที่เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจสหรัฐฯ และส่งผลทางอ้อมไปทั่วโลกจากทั้ง 2 เหตุการณ์ภายในสัปดาห์เดียวกันในครั้งนี้ก็นับกันไม่ไหวแล้ว แต่ยังเหลืออีก 1 เหตุการณ์สำคัญของคนอเมริกัน และคนทั้งโลกซึ่งจะเกิดขึ้นในวันอังคารที่ 6 พฤศจิกายนนี้ คือ วันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 45 ซึ่งจะเป็นตัวกระตุ้นสุดท้าย และส่งท้ายปีนี้กับเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลกอย่างแน่นอน ผมถึงได้ตั้งสูตรข้างบนไว้ว่า iPhone 5 + QE 3 + 45th Mr. President ครับ


บัญชา ชุมชัยเวทย์      ไทยรัฐออนไลน์
ที่มา IT PLAZA: iPhone 5 + QE 3 + 45th Mr.President!

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

iPhone 5 vs. Galaxy S3 vs. Lumia 920 ศึกเทพชนเทพ!!



เป็นอย่างไรบ้างสาวกที่รัก หลังจากไอโฟน5 เปิด ตัวกันไป รู้สึกหนำใจ หลังจากปล่อยให้รอ ให้หวืดมาหลายรอบ กันบ้างไหม? เชื่อว่าแรงเชียร์ของสาวก ก็เบาลงไปเยอะทีเดียว เพราะดูเหมือนทิศทางแอปเปิล จะไม่หวือหวา ฮือฮาเท่าแต่ก่อน

และแน่นอน หลังจากมันถูกปล่อยออกมา ก็ต้องถูกนำมาเทียบกับบรรดาเรือธง ของคู่แข่งอยู่แล้ว ในที่นี้ ไม่มีอะไรคู่ควร สมน้ำ สมเนื้อ ไปกว่า Galaxy S3 กับ Lumia 920 ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อสัปดาห์ก่อน มาส่องฮาร์ดแวร์ ซอร์ฟๆ กันดูดีกว่า ว่าใคร สดใส ไฉไลกว่ากัน !!




 
Source By Cnet
ที่มา iPhone 5 vs. Galaxy S3 vs. Lumia 920 ศึกเทพชนเทพ!!